Review : OPPO Enco Free หูฟัง True Wireless แบบ Semi In-Ear สบายหู ไซซ์กะทัดรัด !!

เฮียแม็พ | 24 ก.พ. 2563 11:11:34 (อัพเดต 26 ก.พ. 2563 10:19:25)

14955

VIEWS เฮียแม็พ

Review : OPPO Enco Free หูฟัง True Wireless แบบ Semi In-Ear สบายหู
ไซซ์กะทัดรัด !!

สวัสดีเพื่อน ๆ TechXcite ทุกท่าน กลับมาพบกับบทความรีวิวแก็ดเจ็ตใหม่ ๆ กับ เฮียแม็พ. TechXcite อีกเช่นเคย วันนี้เราอยู่กับ OPPO Enco Free หูฟัง True Wireless ตัวแรกของ OPPO ที่มาพร้อมสโลแกน "A Perfect Pair for Your Smartphone" หรือการจับคู่ที่เข้าก๊านเข้ากันกับสมาร์ทโฟน และยังมีจุดเด่นอีกมากมาย ทั้งขนาดที่เล็กกะทัดรัดเหมาะกับการพกพา, ตัวหูฟังแบบ Semi In-Ear ใส่สบายไม่เจ็บหูฟัง, แบตเตอรี่ทนทานใช้งานได้ยาวนานและอีกเพียบ หลังจากลองใช้งานฟังมาราวสัปดาห์ ก็ขอมารีวิวให้ชมกันสักหน่อยว่าเจ้าตัวนี้น่าสนใจสักแค่ไหนครับ :D

แกะกล่องเลย

ก่อนอื่นเรามาดูอุปกรณ์ที่ให้มาในกล่องกันก่อนเลย สำหรับ OPPO Enco Free ก็มาพร้อมกับกล่องทรงพรีเมี่ยมใช้ได้ ด้านหน้ามีภาพตัวหูฟังพร้อมระบุสีไว้ชัดเจน ซึ่งสีที่เราได้มารีวิวนี้ก็คือสีดำนั่นเอง บ้านเราจะวางจำหน่ายเพียง 2 สีคือ ขาวกับดำนะครับ

เปิดกล่องมาชั้นแรกก็จะเจอกับคู่มือการใช้งานเลย ตรงนี้ก็อ่านทำความเข้าใจกันก่อนได้ว่าเชื่อมต่อยังไง หรือมีอะไรที่ควรรู้บ้างเนาะ แต่เดี๋ยวเราจะแนะนำเพื่อน ๆ เองในบทความนี้แหละ :D

ยกชั้นแรกขึ้นมาก็จะเจอกับตัวเคสหูฟังวางอยู่เด่น ๆ พร้อมกับตัวสายชาร์จแบบ USB Type-C อยู่ด้านล่าง สายเป็นแบบสั้น 0.5 เมตรเอาไว้ชาร์จกับพวกพาวเวอร์แบงค์ได้ดีครับ

ยกตัวกล่องสายชาร์จออกมาก็จะเจอกับตัวจุดหูฟังหรือ Eartips ขนาด M และ L อยู่ครับ ในตัวที่ให้มาในกล่องจะเป็นไซซ์ S หรือแบบ Semi In-Ear มาให้ครับ

เบ็ดเสร็จอุปกรณ์ภายในกล่องก็จะมีด้วยกัน 4 อย่างดังนี้ครับ

  • ตัวหูฟัง OPPO Enco Free
  • สาย USB Type-C
  • จุกหูฟังไซซ์ M และ L
  • คู่มือการใช้งาน

ดีไซน์น่ารัก ขนาดกะทัดรัด

มาดูตัวอุปกรณ์กันเลยดีกว่า OPPO Enco Free มาพร้อมกับขนาดที่เล็กกะทัดรัดมาก เหมาะมือและเหมาะกับการพกพาเป็นอย่างดี ผิวสัมผัสของตัวเคสจะเป็นแบบด้านเคลือบทรายให้ความรู้สึกที่ดีเวลาสัมผัส รวมถึงไม่เก็บรอยนิ้วมือด้วย 

ที่ด้านหน้าจะมีโลโก้ OPPO วางอยู่บนแถบคาดสีเงิน ๆ พร้อมกับไฟ LED บอกสถานะของตัวเคสอยู่ด้วย ตัวฝาเคสจะเป็นแบบแม่เหล็กที่เปิด-ปิดจะมีการดูดกันกรึ๊บ ๆ ช่วยให้เปิดใช้งานได้ง่ายครับ

ตัวหูฟังจะวางไว้พอดีกับตัวเคสหยิบออกมาได้ไม่ยากเย็นนัก แบ่งเป็นฝั่งซ้าย-ขวาชัดเจน ตัวหูฟังกับเคสจะดูดติดกันด้วยแม่เหล็กเช่นกัน เวลาดึงออกและใส่กลับเข้าไปก็จะดูดกรึ๊บไปเลย ไม่ต้องมาคอยกดลงไปให้ยุ่งยากครับ

หูฟังทรง Semi In-Ear

ตัวหูฟังของ OPPO Enco Free ออกแบบมาได้ดีครับ เป็นทรงแบบ EarBuds คล้ายกับที่แถมมาในกล่องของสมาร์ทโฟน OPPO แต่มีการเพิ่มจุกยางเข้ามาที่ตรงหูด้วย ช่วยให้เวลาใส่นั้นกระชับกับหูมากขึ้น และไม่บาดหูเวลาใส่ครับ

จะมีผิวสัมผัสแบบกลอสซี่อยู่ที่บริเวณก้านทั้ง 2 ข้างด้วย เพื่อใช้งานระบบสัมผัส อันนี้เดี๋ยวไว้อธิบายเพิ่มเติมตอนการใช้งานอีกทีละกันเนอะ

ที่ตัวเคสจะมีปุ่มกดอยู่ 1 ปุ่มด้วยเพื่อใช้งานรีเซ็ตสัญญาณของตัวหูฟังเผื่อมีการเชื่อมต่อกับเครื่องหนึ่งอยู่แล้วอยากจะเชื่อมต่อกับเครื่องใหม่ ก็กดค้างที่ตัวปุ่มนี้ครับ

พอร์ตการเชื่อมต่อจะเป็นแบบ Usb Type-C ง่ายต่อการใช้งาน ใช้พวกสายชาร์จของสมาร์ทโฟนเอาก็ได้เนอะ

ด้านหลังก็ไม่มีอะไรแล้วครับเป็นบานพับเรียบ ๆ ทุกอย่างเป็นสีด้าน ๆ หมดชอบใจตรงนี้จับแล้วเนียนมือดีจริง ๆ

โดยรวมในเรื่องของดีไซน์อันนี้ต้องขอชมครับ ทำออกมาได้ดีมากทั้งขนาดและน้ำหนักที่กะทัดรัดเหมาะกับการพกพาได้สะดวก เบาเพียง 48.2 กรัมเท่านั้น ผิวสัมผัสของตัวเคสก็ดีครับเป็นแบบด้าน ไม่เก็บรอยนิ้วมือจนดูเลอะเทอะ ตัวหูฟังก็ออกแบบมาดีไม่เจ็บหูเวลาใส่ใช้งานด้วย

เชื่อมต่อได้เลยผ่าน Bluetooth

ในเรื่องของการเชื่อมต่อใช้งานก็ไม่ยากเย็นครับ เปิดฝาเคสแล้วจับคู่กับสมาร์ทโฟนได้เลยเหมือนหูฟัง Bluetooth ทั่ว ๆ ไป จะโชว์ชื่อว่า OPPO Enco Free ขึ้นมาแตะเชื่อมต่อกันแค่นั้นเอง

ไม่มีแอปเสริมให้ปรับเสียงหรือรูปแบบใด ๆ นะครับก็คือเชื่อมต่อเป็นหูฟังปกติใช้งานได้ทันที แต่ถ้าเป็นสมาร์ทโฟน OPPO ที่รันบน ColorOS 7.0 ขึ้นไปก็จะมีรูปแบบการเชื่อมต่อแบบด่วนเข้ามาให้ด้วยคือเปิดฝาและเชื่อมต่อได้ทันทีโดยไม่ต้องมากดตั้งค่าใด ๆ อันนี้ก็สะดวกดี แต่ไม่มีเครื่องที่รัน ColorOS 7 ให้ลอง ข้ามไปละกันเนอะ :P

ซึ่งการเชื่อมต่อของ OPPO Enco Free แน่นอนว่าเป็นแบบ Bluetooth ปกติเลย เชื่อมต่อได้ทั้งสมาร์ทโฟน Android และ iOS รวมถึงพวกคอมพิวเตอร์ก็ได้เช่นกัน และมีการเชื่อมต่ออัตโนมัติเมื่อมีการจับคู่กันแล้วในครั้งแรก ครั้งต่อไปแค่เปิดฝาเคสก็เชื่อมต่อได้ทันทีโดยไม่ต้องมาตั้งค่าใหม่ครับ

ลองฟังกันเลยดีกว่า

เชื่อมต่อกันเรียบร้อยก็มาเริ่มฟังกันเลยดีว่า อย่างที่บอกว่าตัวหูฟังนั้นสวมใส่ได้ง่ายและไม่เจ็บหูเพราะมาพร้อมจุกยางด้านใน แต่ถามว่าหลุดได้ง่ายไหม ก็มีบ้างครับอย่างการนอนฟังก็จะอาจจะมีไหลหลุดบ้าง แต่ถ้าใส่ใช้งานทั่วไปถือว่าแน่นหูกำลังดีครับ ตรงนี้ใครที่ใส่แล้วไม่แน่นอาจจะลองเปลี่ยนตัวจุกเป็นไซซ์อื่นดูครับ

เสียงที่ได้จากตัวหูฟัง OPPO Enco Free ถือว่าทำได้กำลังดีครับ เสียงออกกลางให้น้ำหนักกำลังดี แต่ความดังอาจจะไม่มากนัก ต้องเปิดระดับ 90% ถึงจะฟังได้อย่างดีครับ ส่วนเรื่องเบสก็ไม่ได้เด่นเท่าไหร่ครับ อยู่ในระดับพอรับได้ครับ

ส่วนเรื่องการตัดเสียงรบกวนด้วยความที่ทรงหูฟังเป็นแบบ Semi In-Ear ก็จะตัดเสียงภายนอกได้ระดับหนึ่ง แต่ไม่มีซอฟต์แวร์ช่วยอะไรเพิ่มเติมจากตัวแอปครับ โดยรวมถ้าใช้งานฟังเพลงก็ถือว่าทำได้ระดับหนึ่งครับ ไม่ถึงกับเงียบไปเลยแต่ก็ไม่ได้รับเสียงภายนอกเข้ามาเยอะจนฟังเพลงไม่รู้เรื่อง

ในส่วนของการใช้งานคุยโทรศัพท์ถือว่าทำได้ดีอยู่ครับ มีไมโครโฟน 2 ตัวพร้อมด้วยตัวเทคโนโลยี Dual Microphone Beaming Forming คู่สนทนาฟังเสียงเราได้ชัดเจน ตัดเสียงภายนอกได้บ้าง และเราไม่อึดอัดเวลาคุยเพราะไม่ใช่แบบ In-Ear เต็มรูปแบบจนเราไม่ได้รับเสียงจากภายนอกเท่าไหร่นั่นเองครับ

เรื่องการซิงค์เสียงก็ทำได้ดีครับ ดีเลย์น้อยมาก ซึ่งจากข้อมูลของ OPPO เคลมว่าเป็นอุปกรณ์ที่มีความหน่วงที่จัดอยู่ในช่วงต่ำที่สุดในอุตสาหกรรมเลยล่ะ ในการดูวิดีโอนี่ก็ภาพกับเสียงตรงกันมาก รวมถึงการเล่นเกมด้วยถึงแม้ตัวหูฟังจะไม่มีซอฟต์แวร์อย่าง Game Mode หรืออะไรมาให้ปรับแต่งเลย แต่เสียงที่ได้ก็ถือว่าไม่ทิ้งจากภาพจนเล่นเกมไม่ได้ครับ ใส่เล่นเกมพอได้อยู่เลยล่ะตัวนี้

ควบคุมได้ผ่านก้านหูฟัง

การควบคุมอย่างที่บอกไปว่ารุ่นนี้มีตัว TouchPad อยู่ที่ก้านด้วย ใช้การแตะที่หูฟังเพื่อเล่นหรือหยุดเพลง แตะค้างเพื่อเรียกพวก Google Assistant ได้ และนอกจากระบบแตะและแตะค้างที่ก้านหูฟังแล้ว เรายังสามารถสไลด์ที่ก้านขึ้น-ลงเพื่อเพิ่มลด-เสียงได้ด้วย แต่เท่าที่ลองใช้งานมาจริง ๆ มันแอบไม่เหมาะเท่าไหร่ เพราะเลื่อนไป-มาแล้วอาจจะทำให้หูฟังขยับเกือบหลุดได้น่ะครับ

ตัวหูฟังมีระบบ Auto Detect เมื่อเราเอาหูฟังเอา ตัวแอปหรือเพลงที่เล่นอยู่ก็จะหยุดตามด้วย ก็สะดวกดีครับ ฟังเพลงเสร็จก็เก็บเข้าเคสได้ทันทีไม่ต้องมาคอยกดหยุดเพลงก่อนเนาะ

กันละอองน้ำได้ด้วย

ในส่วนของหูฟังจะสามารถกันละอองน้ำได้ด้วยตามมาตรฐาน IPX4 เผื่อเราโดนละอองน้ำหรือเหงื่อออกเวลาฟังก็ไม่ต้องกลัวว่าตัวหูฟังจะพังเอาดื้อ ๆ เนอะ แต่อย่างที่บอกว่าระดับแค่ละอองน้ำนะครับ ไม่ถึงกับกันน้ำได้เต็ม ๆ อย่างเอาไปจุ่มน้ำเล่นล่ะ

ไฟ LED แจ้งสถานะบอกอะไรบ้าง ?

อย่างที่บอกว่าที่ตัวเคสจะมีไฟบอกสถานะด้วย ซึ่งจะแสดงผลตามการใช้งานคือ เมื่อหูฟังอยู่ในเคสไฟจะแสดงแบตเตอรี่ของหูฟัง แต่ถ้าเอาหูฟังออกมาไฟจะแสดงสถานะของตัวเคสแทนซึ่งมี 3 สีหลัก ๆ ดังนี้

ไฟสีเขียว : แบตเตอรี่คงเหลือสูง

ไฟสีส้ม : แบตเตอรี่ระดับปานกลาง

ไฟสีแดง : แบตเตอรี่เหลือน้อย

แบตเตอรี่โอเค ใช้งานได้ต่อเนื่อง 25 ชม.

ปิดท้ายด้วยเรื่องของแบตเตอรี่ก็ทำได้ดีไม่แพ้กันครับ OPPO เคลมว่าสามารถใช้งานต่อเนื่องรวมกันได้ถึง 25 ชม.เลยทีเดียว ซึ่งตัวหูฟังจะสามารถฟังได้นานสุดถึง 5 ชม. โทรคุยได้นาน 3 ชม. ส่วนตัวเคสก็จะสามารถชาร์จเพิ่มให้ตัวหูฟังได้อีก 4 รอบด้วยกันเลย

ตัวเคสชาร์จมาพร้อมระบบชาร์จไวให้หูฟังชาร์จเพียง 10 นาทีก็ฟังได้อีก 1.5 ชม.เลยล่ะครับ มีประโยชน์มากกับคนที่ไม่ชอบชาร์จนาน ๆ เนาะ ส่วนตัวเคสก็ใช้เวลาชาร์จ 110 นาทีเต็มครับ พอร์ตการชาร์จเป็น USB Type-C ง่ายต่อการพกครับ ใช้ชุดเดียวกับสายชาร์จมือถือได้เลย

สรุปแล้ว

OPPO Enco Free ก็ถือว่าเป็นหูฟัง True Wireless อีกตัวที่น่าสนใจในตลาดตอนนี้ ด้วยดีไซน์ที่สวยและกะทัดรัด เหมาะกับการใช้งานในชีวิตประจำวันที่ไม่ต้องการพกอุปกรณ์เยอะแยะแต่คุณภาพดีพอต่อการใช้งาน ตัวหูฟังใช้งานได้สะดวกเชื่อมต่อง่าย แถมใส่ได้สบายและไม่อึดอัดหูด้วย ส่วนเรื่องเสียงก็กลาง ๆ ไม่ได้โดดเด่นมากนัก แต่ใช้ฟังเพลง ดูหนัง รวมถึงคุยโทรศัพท์ได้อย่างโอเคแล้ว สำหรับเพื่อน ๆ ที่กำลังมองหาหูฟัง True Wireless ตัวใหม่มาใช้ควบคู่เจ้า OPPO Enco Free นี้ก็เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจอีกตัวหนึ่งครับผม :D

ราคาค่าตัวล่ะ ?

สำหรับราคาค่าตัวของ OPPO Enco Free นั้นจะอยู่ที่ 3,990 บาท มีให้เลือก 2 สีคือ ขาวกับดำครับผม :D

จุดเด่น

  • ตัวเคสทรงกะทัดรัดพกพาสะดวก
  • ตัวหูฟังใส่สบายไม่เจ็บหู
  • ไมโครโฟนโอเค คุยโทรศัพท์ชัดเจน
  • แบตเตอรี่ใช้งานได้ยาวนานไม่ต้องชาร์จบ่อย ๆ
  • รองรับระบบควบคุมที่ก้านหูฟัง

จุดสังเกต

  • ไม่มีแอปทำงานร่วมปรับแต่งเพิ่มไม่ได้

 

รีวิวโดย : เฮียแม็พ. TechXcite