Preview : HUAWEI nova 7 และ nova 7SE สองรุ่นกลางสเปคสดใหม่ รองรับ 5G กล้องหลัง 64MP ในราคาไม่ถึง 20,000 บาท !!

เฮียแม็พ | 10 มิ.ย. 2563 21:47:11 (อัพเดต 12 มิ.ย. 2563 19:12:22)

3048

VIEWS เฮียแม็พ

Preview : HUAWEI nova 7 และ nova 7 SE สองรุ่นกลางสเปคสดใหม่ รองรับ 5G กล้องหลัง 64MP ในราคาไม่ถึง 20,000 บาท !!

สวัสดีเพื่อน ๆ TechXcite ทุกท่าน กลับมาพบกับบทความพรีวิวมือถือรุ่นใหม่กับ เฮียแม็พ. TechXcite อีกเช่นเคย วันนี้เรามี HUAWEI nova 7 5G และ nova 7SE 5G สองสมาร์ทโฟนรุ่นกลางรุ่นใหม่มาพรีวิวให้ชมกัน ซึ่งจุดเด่นของทั้ง 2 รุ่นนี้ก็คือสเปคสดใหม่มาก ๆ ได้ชิปเซ็ต Kirin ตัวล่าสุด กล้อง AI Quad Camera จัดเต็ม และที่สำคัญยังรองรับ 5G ในราคาที่จับต้องได้สุด ๆ อีกต่างหาก รายละเอียดจะเป็นยังไงมาชมพรีวิวไปพร้อม ๆ กันเลยดีกว่าครับ :D

ดีไซน์สวยเด่นฝาหลังวิบวับ ๆ

เริ่มต้นกันที่เรื่องดีไซน์กันก่อนเลย ทั้งคู่ได้ดีไซน์ที่สวยเด่นสมกับเป็น nova Series จริง ๆ ใช้ฝาหลังไล่เฉดสีสวย ๆ พร้อมกับโลโก้ “nova” แบบใหม่วางแตกต่างกันไปในแต่ละสีครับ เดี๋ยวเรามาเริ่มเป็นรุ่น ๆ ไปดีกว่าเนาะ

HUAWEI nova 7 5G

มาดู nova 7 กันก่อนเลย รุ่นนี้ใช้หน้าจอแบบ OLED ขนาด 6.53” ให้ความสวยสดอย่างดีเลยล่ะครับ ความละเอียกจะอยู่ที่ FHD+ และใช้ดีไซน์แบบ Punch Hole Display คือมีรูกล้องอยู่บนมุมซ้ายบนของหน้าจอครับ

ตัวกล้องหน้าจะมีความละเอียดมากถึง 32MP รองรับการถ่ายวิดีโอที่ความละเอียดสูงสุด 4K กันเลยด้วย แต่สังเกตว่ารูกล้องนั้นเล็กมาก ๆ ซ่อนกล้องได้เก่งจริง ๆ HUAWEI 

และด้วยความเป็นจอ OLED ตัวเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือเลยสามารถฝังไว้บนหน้าจอได้ ทำให้ตัวเครื่องมีความเรียบเนียนไม่เจอตัวเซ็นเซอร์สแกนเด่นขึ้นมาจากตัวเครื่องเนาะ

ขนาดและน้ำหนักของตัวเครื่องทำได้ดีมาก บางเพียง 8 มม.และน้ำหนักราว 180 กรัมเท่านั้น แถมวัสดุงานประกอบยังเป็นกระจกและโลหะอย่างดีด้วย ถือว่าเป็นรุ่นที่ทำน้ำหนักได้ดีมาก ๆ เลย

ตำแหน่งการวางปุ่มต่าง ๆ ก็จะอยู่ในที่มาตรฐานของ HUAWEI ครับมีปุ่มเพิ่ม-ลดเสียงและปุ่ม Power อยู่ฝั่งขวามือ 

ด้านบนตัวเครื่องมีตัว IR Infrared มาด้วย สามารถใช้งานเป็นรีโมทได้ไม่ต่างจากรุ่นเรือธงเลย

พอร์ตการเชื่อมต่อของรุ่นนี้จะเหลือเพียง USB type-C ที่ด้านล่าง พร้อมกับลำโพงหลักของตัวเครื่องและไมโครโฟนครับ

พลิกกลับมาดูที่ด้านหลังจะเห็นว่าดีไซน์ตัวเครื่องนั้นมีความวิบวับอย่างมาก สีที่วางจำหน่ายในไทยจะมี 2 สีคือ Space Silver และ Midsummer Purple โดดเด่นเหมือนตอน nova 5T เลย ในแต่ละสีจะมีความพุ่ง ๆ ของแสงเวลาสะท้อนทั้งหมด แต่การวางโลโก้ nova ที่แตกต่างกันออกไปในแต่ละสีครับ

อย่างสีไฮไลท์สีม่วงก็จะวางโลโก้ไว้เต็มด้านหลัง จะเห็นคำว่า nova nova nova เต็มไปหมด ตัดกับสีม่วงที่ฝาหลังได้เป็นอย่างดี

ส่วนสีเงิน Space Silver จะเป็นแบบมาตรฐานมีความพุ่ง ๆ ของแสงและความสะท้อนสวย ๆ โลโก้ nova วางแบบปกติตรงท้ายเครื่องแทนครับ

ส่วนตำแหน่งกล้องหลังจะวางไว้ที่มุมซ้ายบนแบบเรียงกันลงมาเป็นแนวตั้งอยู่ในกรอบอย่างเป็นระเบียบ ภายในประกอบด้วยกล้อง 4 ตัว แบ่งเป็น

  • 64MP กล้องหลักคุณภาพสูง f/1.8 ขนาดเซ็นเซอร์ 1/1.7”, AF
  • 8MP เลนส์ Ultra Wide Angle f/2.4 มุมกว้าง 120 องศา
  • 8MP เลนส์ Tele f/2.4 Optical Zoom 3x ซูมสูงสุด 20x
  • 2MP เลนส์ macro f/2.4

โดยจุดเด่นเรื่องกล้องของ HUAWEI nova 7 ก็คือสามารถถ่ายภาพได้ทุกระยะตั้งแต่มุมกว้างเพราะมีเลนส์ Ultra Wide Angle ไปจนถึงซูมเพราะได้เลนส์ Tele แบบ Optical Zoom 3x ไปจนถึง 20x (แบบ Digital) กันเลยทีเดียวครับ

โดยรวมในเรื่องดีไซน์ของ HUAWEI nova 7 ก็ถือว่าออกแบบมาได้ลงตัวมากขึ้น อัปเกรดหน้าจอขึ้นมาเป็น OLED แล้ว กล้องหลังก็วางเป็นระเบียบมากขึ้นพร้อมฝาหลังที่ยังแพรวพราวเหมือนเดิม ;)

HUAWEI nova 7 SE 5G

ส่วน nova 7 SE ก็ออกแบบมาได้ใกล้เคียงกันเลย สวยเด่นด้วยหน้าจอแบบ Punch Hole ขนาดใกล้เคียงกันรุ่นนี้ได้จอมา 6.5” แต่ชนิดหน้าจอของรุ่นนี้ยังเป็น IPS อยู่ไม่ได้เขยิบไปใช้ OLED เนาะ

ที่มุมซ้ายบนจะมีกล้องหน้าความละเอียด 16MP แทนครับ

และด้วยความที่หน้าจอไม่ใช่แบบ OLED ตัวสแกนลายนิ้วมือเลยไม่สามารถซ่อนอยู่บนจอได้เนอะ รุ่นนี้จะมีเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมืออยู่ที่ปุ่ม Power ที่ด้านขวาของตัวเครื่องแทนครับ นี่เป็นจุดที่ใช้แยกแยะระหว่าง 2 รุ่นนี้ได้อยู่เพราะมองภายนอกถ้าเห็นปุ่ม Power ก็คงทราบเลยรุ่นนี้ปุ่มใหญ่กว่า :P

อีกจุดก็คงเป็นพอร์ตการเชื่อมต่อเพราะ nova 7 SE นั้นยังให้ช่องหูฟัง 3.5 มม.มาให้อยู่นะจ๊ะ ส่วนพอร์ตการเชื่อมต่อหลักก็ใช้พอร์ต USB type-C เหมือนกัน มีลำโพงหลักอยู่ข้างล่างนี้ด้วย

แต่ที่ด้านบนรุ่นนี้จะไม่มีตัว IR Blaster มาให้นะครับ มีเพียงไมโครโฟนตัดเสียงรบกวนอยู่จุดหนึ่งด้านบน

ในเรื่องขนาดและน้ำหนัก nova 7 SE จะหนาและหนักกว่า nova 7 นิดหน่อยด้วยความบาง 8.6 มม. และหนักราว ๆ 189 กรัม แต่ก็ยังถือว่าทำน้ำหนักได้ดีมากอยู่เนาะ

พลิกกลับมาดูที่ด้านหลัง ฝาหลังก็ยังสวยไม่แพ้กันเลย มีความแพรวพราวเล่นกับแสงเก่งมาก รุ่นนี้มีให้เลือก 2 สีคือ Space Silver และ Crush Green ครับ วางโลโก้แตกต่างกันเช่นเคย

โดยสี Space Silver จะวางแบบมาตรฐานไว้ตรงท้ายของตัวเครื่อง พร้อมการสะท้อนเป็นเส้น ๆ ลงมาสวยมาก ๆ 

ส่วนสี Crush Green ก็จะวางโลโก้ nova ใหญ่ ๆ ตรงท้ายเครื่องตัดกับสีเขียวแบบไล่เฉดของตัวฝาหลังนี่ลงตัวมาก ๆ ครับ

ตัวกล้องหลังของ nova 7 SE จะวางเรียงกันลงเหมือนกันแต่ตัวไฟแฟลชจะแยกออกมาจากกรอบเลนส์ พร้อมตัว Laser Autofocus ครับ กล้องหลังของ nova 7 SE จะมีสเปคดังนี้ 

  • 64MP กล้องหลักคุณภาพสูง f/1.8 
  • 8MP เลนส์ Ultra Wide Angle f/2.4
  • 2MP เลนส์ Bokeh f/2.4
  • 2MP เลนส์ macro f/2.4

ในเรื่องดีไซน์โดยรวมของ nova 7 SE ก็ยังสวยเหมาะมือไม่แพ้กัน ถึงแม้จะไม่ได้หน้าจอแบบ OLED มาด้วย แต่ก็ยังมีฝาหลังสุดแพรวพราวเล่นกับแสงเก่งเหมือนกัน และทีเด็ดก็คือรุ่นนี้ยังมีช่องหูฟัง 3.5 มม. มาด้วยนะ

สเปค

ทั้งคู่ได้ชิปเซ็ต Kirin ตัวใหม่มาเลย ประสิทธิภาพแรงถึงขั้นมาก ๆ แถมรองรับ 5G ทั้งคู่ด้วยนะ โดย nova 7 จะใช้ชิปเซ็ต Kirin 985 ในขณะที่ nova 7SE เป็น Kirin 820 ครับ ส่วนเรื่องความจุและอื่น ๆ ก็มีแตกต่างกันนิดหน่อย เปรียบเทียบกันได้จากตารางด้านล่างนี้เลย

HUAWEI nova 7 5G

หน้าจอ 6.53” OLED FHD+
รองรับสแกนลายนิ้วมือบนหน้าจอ
ชิปเซ็ต Kirin 985 5G 

ความจุ 8GB + 256GB
แบตเตอรี่ 4000mAh
รองรับชาร์จไว SuperCharge 40W
กล้องหน้า 32MP
กล้อง 4 ตัว
- 64MP กล้องหลัก f/1.8
- 8MP เลนส์ Ultra Wide Angle f/2.4
- 8MP เลนส์ซูม Optical Zoom 3x f/2.4
- 2MP macro f/2.4

HUAWEI nova 7SE 5G

หน้าจอ 6.5” IPS FHD+
รองรับสแกนลายนิ้วมือที่ด้านข้าง
ชิปเซ็ต Kirin 820 5G 

ความจุ 8GB + 128GB
แบตเตอรี่ 4000mAh
รองรับชาร์จไว SuperCharge 40W
กล้องหน้า 16MP
กล้อง 4 ตัว
- 64MP กล้องหลัก f/1.8
- 8MP เลนส์ Ultra Wide Angle f/2.4
- 2MP เลนส์ Bokeh f/2.4
- 2MP เลนส์ macro f/2.4

อย่างที่เห็นว่า 2 รุ่นนี้มีสเปคที่แตกต่างกันอยู่หลายจุดตั้งแต่ชนิดหน้าจอ, หน่วยประมวลผล, ความจุ รวมไปถึงกล้องด้วย แต่จุดที่เหมือนกันเลยก็คือการรองรับ 5G และแบตเตอรี่นั่นเองครับ

ซอฟต์แวร์เหมือนกัน EMUI10.1.1

ส่วนเรื่องซอฟต์แวร์ทั้งคู่ใช่ EMUI10.1.1 เวอร์ชั่นใหม่เหมือนกัน พร้อมบริการ HMS ในการใช้งานต่าง ๆ ครับ

ราคาและโปรโมชั่น

ปิดท้ายกันที่ราคาและโปรโมชั่นทั้งคู่เป็น 2 รุ่นใหม่ที่น่าสนใจทั้งสเปคและรูปลักษณ์ แต่จุดขายหลักของ 2 รุ่นนี้ก็คือสมาร์ทโฟน 5G ที่มีราคาถูกที่สุดด้วยโดยราคาค่าตัวของทั้งคู่มีดังนี้

HUAWEI nova 7 (8GB + 256GB) = 16,990 บาท

HUAWEI nova 7 SE (8GB + 128GB) = 11,990 บาท

เริ่มเปิดให้จองล่วงหน้าแล้ววันที่ 12 - 21 มิถุนายนนี้สำหรับ nova 7SE ส่วน nova 7 จะเปิดจองอีกทีในวันที่ 4 - 10 กรกฎาคม มีโปรโมชั่นสำหรับผู้ที่จองล่วงหน้ารับของแถมเป็น

HUAWEI nova 7SE 5G รับของแถมมูลค่ากว่า 4,667 บาท

  • Huawei Band 4 Pro มูลค่า 2,490.-
  • Huawei Nova 7 SE VIP Service มูลค่า 1,900.-
  • Huawei Mobile Cloud 15 GB (12 เดือน) มูลค่า 277.-

พรีวิวโดย : เฮียแม็พ. TechXcite