วัคซีนต้าน Covid-19 พัฒนาสำเร็จแล้ว! พร้อมสำหรับ 50 ล้านโดสในสิ้นปีนี้ ผู้สูงอายุจะได้รับวัคซีนก่อน

กู๊ดดรีม | 10 พ.ย. 2563 11:45:51

1053

VIEWS กู๊ดดรีม

วัคซีนต้าน Covid-19 พัฒนาสำเร็จแล้ว! พร้อมสำหรับ 50 ล้านโดสในสิ้นปีนี้ ผู้สูงอายุจะได้รับวัคซีนก่อน

เป็นข่าวดีสำหรับชาวโลกเมื่อมีการประกาศว่าวัคซีนต้านไวรัส COVID-19 สามารถพัฒนาได้สำเร็จแล้ว! สามารถป้องกันไม่ให้ผู้คนรับเชื้อได้มากกว่า 90% พร้อมสำหรับการจัดหาภายในสิ้นปี 50 ล้านโดส แล้วจะถูกฉีดให้กับผู้สูงอายุที่อายุเกิน 80 เป็นกลุ่มแรก

วัคซีนตัวนี้ถูกพัฒนาโดย Pfizer และ BioNTech ซึ่งถูกคิดค้นและได้ทำการทดสอบในระยะที่ 3 สำเร็จเสร็จสิ้นแล้ว ใช้วิธีการทดลองที่สมบูรณ์ซึ่งจะเป็นการฉีดส่วนหนึ่งของรหัสพันธุกรรมไวรัสเข้าไปในคนเพื่อฝึกระบบภูมิคุ้มกัน มีผู้ได้รับวัคซีนไปทั้งสิ้นประมาณ 43,000 คน และยังไม่มีข้อกังวลในเรื่องความปลอดภัยใดๆ สำหรับความพร้อมในการใช้งานวัคซีน Pfizer บอกว่าจะสามารถจัดหาปริมาณได้ 50 ล้านโดสภายในสิ้นปีนี้ ละประมาณ 1.3 พันล้านโดสภายในสิ้นปี 2564 สหราชอาณาจักรจะได้รับ 10 ล้านโดสภายในสิ้นปี 2563

เนื่องจากวัคซีนยังมีปริมาณที่จำกัดจึงจำเป็นต้องคัดเลือกผู้ที่จะได้รับการฉีดวัคซีนก่อน ซึ่งขึ้นอยู่กับว่าไวรัสแพร่กระจายไปที่ใด เมื่อวัคซีนพร้อมใช้งานแล้วกลุ่มใดจะมีประสิทธิภาพสูงสุด สำหรับสหราชอาณาจักรยังไม่ได้ตัดสินว่าจะจัดลำดับความสำคัญด้านสุขภาพอย่างไร ซึ่งเป็นไปได้ว่าจะถูกจัดให้กับผู้ที่ทำงานมีความเสี่ยงและใกล้ชิดกับผู้ที่เป็นโรคมากที่สุด อย่างเช่นหมอและพยาบาลเป็นต้น แต่เมื่อมองในมุมกว้างแล้วผู้ที่จำเป็นต้องดูแลสุขภาพหรือผู้ที่มีอายุเกิน 80 ปีจะอยู่ในอันดับต้นๆของรายการ เพราะอายุเป็นปัจจัยเสี่ยงที่ใหญ่ที่สุดสำหรับเชื้อไวรัส

สำหรับความพร้อมในการรับวัคซีนแบบทั่วถึงผู้เชี่ยวชาญส่วนใหญ่คิดว่าวัคซีนจะสามารถใช้งานได้อย่างกว้างขวางในกลางปี 2564 โดยมีความเชื่อว่า 60-70 เปอร์เซ็นของประชากรทั่วโลกต้องได้รับภูมิคุ้มกันจากไวรัส จึงจะเพียงพอเพื่อหยุดการแพร่กระจาย การฉีดวัคซีนจะเป็นเสมือนการสอนร่างกายให้ต่อสู้กับเชื้อไวรัสและทำให้เป็นอันตรายน้อยลง หรืออธิบายง่ายๆว่า เชื้อไวรัสตัวนี้อาจจะไม่หมดไปจากโลก แต่เราจะสามารถอยู่กับมันได้อย่างปลอดภัยหากได้รับวัคซีนอย่างเหมาะสม ส่วนความคืบหน้าในการกระจายวัคซีนสู่พื้นที่ต่างๆในโลกจะเป็นอย่างไรถ้ามีความคืบหน้าอะไรหลังจากนี้จะนำมาอัพเดทกันต่อไป

Source: www.bbc