Huawei เปิดตัว Huawei Watch 3 Pro ที่มีตัวเครื่องเป็น Titanium พร้อมด้วย Harmony OS และรองรับ e-SIM

Sankwan | 3 มิ.ย. 2564 15:02:00

718

VIEWS Sankwan

Huawei เปิดตัว Huawei Watch 3 Pro ที่มีตัวเครื่องเป็น Titanium พร้อมด้วย Harmony OS และรองรับ e-SIM

เป็นเวลา 4 ปีแล้วนะครับตั้งแต่ Huawei เริ่มทำนาฬิกามาโดยเริ่มตั้งแต่ Huawei Watch GT เป็นรุ่นแรกหลังจากนั้นก็เปิดตัวออกมาเรื่อยๆจนถึงล่าสุดที่เป็น Huawei watch 3 Pro ที่คราวนี้มาพร้อม Harmony OS 2.0 โดยในครั้งนี้จะมีให้เลือกทั้งหมด 2 ตัวด้วยกันนั่นก็คือ Huawei watch 3 และ Huawei  watch 3 Pro ซึ่งมีความแตกต่างกันที่ตัวบอดี้และแบตเตอรี่ซึ่งจะเป็นยังไงเราไปดูกันเลยครับ

 Huawei watch 3 ในรอบนี้จะมีการวางปุ่มใหม่โดยนำเอาปุ่มเม็ดมะยมไปไว้ที่ด้านบนแล้วมีปุ่มกดไว้ที่ด้านล่าง รักตัวหน้าจอเองจะลองรับ  Weather resistance  ก็คือสามารถทัชสกรีนได้โดยที่ใส่ถุงมืออยู่

ทางด้านดีไซน์ขอบ bezel  ก็จะดูบางลงทำให้ดูจอเต็มขึ้นตัวจอจะมีขนาดอยู่ที่ 1.4 3 นิ้วใช้ panel จอแบบ amoled ให้ความสว่างสูงสุด 1000 nits แล้วมี Pixel density อยู่ที่ 326 ppi

 ตัวจอเขาบอกว่าจะใช้กระจกที่มีความแข็งแรงมากส่วนตัว Body จะทำจาก High Quality Steel ส่วนด้านหลังจะทำจากกระจกเซรามิคตัวเครื่องจะกันน้ำได้ถึง 5 ATM แล้วมีขนาดตัวเครื่องอยู่ที่ 46.2 มิลลิเมตรมีความหนาอยู่ที่ 12.15 มิลลิเมตร ตัวเครื่องแบบไม่มีสายจะมีน้ำหนักอยู่ที่ 54 กรัม ซึ่งตอนซื้อจะมีให้เลือกแบบ Active นั่นก็คือจะให้สายซิลิโคนมาแบบคลาสสิคก็จะได้สายเป็นสายหนังมา และแบบ Elite ก็จะได้สายเป็นสายสแตนเลสมา

ทางด้านเซ็นเซอร์ต่างๆก็จะมีมาให้อย่างครบครันไม่ว่าจะเป็น heart rate Sensor,  spo2, Skin temperature Sensor, Sleep tracking  เส้นทางหมดจะทำงานตลอดเวลาแล้วตัวเครื่องจะรองรับ e-SIM ในเรื่องของชิปประมวลผลยังไม่มีการบอกว่าใช้ชิปประมวลผลตัวไหนบอกมาแต่เพียงว่าตัวเครื่องมี Ram 2 GB กับความจุ 16 GB รองรับทางนี้โหมดกีฬามากกว่าร้อยโหมด

แล้วจะเริ่มวางขายในวันที่ 11 มิถุนายนนี้โดยราคา 2600 หยวนตีเป็นเงินไทยก็ประมาณ 13,000 บาท



มากันที่ Huawei Watch  3 Pro ตัวนี้จะออกแบบมาให้ดูเป็นแบบคลาสสิคลุก Nobody จะทำมาจากไทเทเนียมส่วนด้านหลังจะเป็นเซรามิกตัวจอกระจกจะเป็น  Sapphire Glass มีขนาดอยู่ที่ 48 x 48.6 x 14 mm น้ำหนักอยู่ที่ 613 กรัมแบบไม่มีสายนะครับแบตเตอรี่สามารถอยู่ได้ 5 วันแบบเปิด 4G ถ้าหากปิดจะอยู่ได้ทั้งหมด 21 วันโดยสเปคที่เหลือก็จะคล้ายๆกับ Huawei y3 นั่นล่ะครับส่วนราคาจะอยู่ที่ 3,300หยวนตีเป็นเงินไทยก็ประมาณ 20,000 บาทครับแล้วจะเริ่มวางขายในวันที่ 11 มิถุนายนนี้เช่นกัน 

ที่มา : gsmarena