Mobile Expo: 8 ยอดขุนพลมือถือโดนสมาร์ตโฟนเด็ดห้ามพลาดในงาน Thailand Mobile Expo 2011 Hi-End!

ป๋าเอก | 1 มิ.ย. 2554 15:24:58

11383

VIEWS ป๋าเอก

:: Mobile Expo: 8 ยอดขุนพลมือถือโดนสมาร์ตโฟนเด็ดห้ามพลาดในงาน Thailand Mobile Expo 2011 Hi-End! ::

พรุ่งนี้แล้วสินะครับที่มหกรรมโทรศัพท์มือถือแห่งสยามประเทศอย่าง Thailand Mobile Expo 2011 Hi-End จะเปิดฉากขึ้นตั้งแต่วันที่ 2-5 มิถุนายน 2554 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ซึ่งแน่นอนว่าหลายๆคนก็คงจะเก็บหอมรอมริบเงินกันมาอย่างเต็มที่เพื่อที่จะนำมาใช้จ่ายซื้อหาสมาร์ตโฟนเครื่องใหม่ดีๆเอาไว้ใช้งานกันซักเครื่องหนึ่งภายในงานนี้ด้วย

ทว่าภายในงาน Mobile Expo ครั้งนี้ก็ไม่ได้มีผลิตภัณฑ์ใหม่ๆจากผู้ผลิตโทรศัพท์มือถือมาเปิดตัวกันอยู่เพียงเจ้าสองเจ้าเท่านั้น แต่ขนกันมาแบบจัดหนักกับสมาร์ตโฟนหลากรุ่นหลายยี่ห้อตั้งแต่ราคาเหยียบ 20,000 บาทไล่เรียงไปจนถึงรุ่นราคา 399 บาทก็ยังมี (เข้าไปชมโปรโมชั่นทั้งหมดภายในงาน Mobile Expo ได้ในเว็บ TechXcite ของเราเลยครับ) รวมกันแล้วเฉียดๆ 100 กว่ารุ่นเห็นจะได้

แล้วอย่างนี้จะเลือกซื้อสมาร์ตโฟนเครื่องไหนดีละ? หลายคนอาจจะเกิดคำถามเหล่านี้ขึ้นมาบ้างเมื่อเจอกับกองทัพสินค้าละลานตาวางขายกันภายในงาน Mobile Expo ยั้วเยี้ยะเต็มไปหมด ว่าแล้วทีมงาน TechXcite ก็เลยนึกสนุกอยากจะขอหยิบยกเอาสมาร์ตโฟนน่าสนใจภายในงาน Thailand Mobile Expo 2011 Hi-End ครั้งนี้ออกมาพูดถึงกันสัก 8 รุ่นซึ่งก็คงไม่มากไม่น้อยจนเกินไป เผื่อว่าหลายๆคนที่สนใจจะได้ใช้เป็นแนวทางหรือไกด์ไลน์สำหรับการเลือกซื้อหรือสั่งจองสมาร์ตโฟนสักรุ่นมาใช้งานกัน อันนี้ก็ไม่ผิดกติกาแต่อย่างใดนะครับ ^_^

ปล. อย่างไรก็ตามขอย้ำว่าลิสต์เหล่านี้ไม่ได้เรียงตามลำดับความสำคัญและเป็นเพียงความคิดเห็นส่วนตัวของพวกเราทีมงาน TechXcite เท่านั้นนะครับ เพราะสุดท้ายแล้วก็คงขึ้นอยู่กับวิจารณญาณของผู้ใช้งานสมาร์ตโฟนเองนั่นแหละครับว่าจะเลือกซื้อหามือถือรุ่นไหนที่เหมาะกับตัวเองดีกันแน่

8 ยอดขุนพลมือถือโดนสมาร์ตโฟนเด็ดห้ามพลาดในงาน Thailand Mobile Expo 2011 Hi-End

1. Samsung Galaxy S II

แรงด้วยดูอัลคอร์ จอสีบาดตา ราคาบาดใจ

ราคา: 18,900 บาท (สั่งจอง)

จุดเด่น: สมาร์ตโฟนที่มีระบบประมวลผลแรงที่สุดในโลกด้วย Dual Core CPU ความเร็ว 1.2GHz ที่ได้รับการคาดหวังว่าจะเป็นสุดยอดมือถือแอนดรอยด์ประจำปีนี้

ถือได้ว่าเป็นพระเอกของงาน Thailand Mobile Expo 2011 Hi-End ในครั้งนี้เลยก็ว่าได้กับสมาร์ตโฟนแอนดรอยด์แห่งปี 2011 อย่างเจ้า Samsung Galaxy S II ที่ออกมาเพื่อสานต่อความแรงของรุ่นแรก Samsung Galaxy S ที่หาญกล้าไปท้าทายเทพเจ้า iPhone 4 มาแล้วครั้งหนึ่งเมื่อปีที่ผ่านมาและก็ประสบความสำเร็จไปเป็นอย่างดีในหมู่เหล่าสาวก Android จากทั่วโลกมาแล้ว

โดยการกลับมาในคราวนี้บอกได้คำเดียวว่าทางฝั่ง Apple คงได้หนาวๆร้อนๆกันบ้างเมื่อ Samsung ได้จัดการอัพเกรดขุมพลังภายในเครื่องไปใช้งานชิปเซ็ตประมวลผลแบบ Dual Core ความเร็วถึง 1.2GHz ซึ่งทำให้ Samsung Galaxy S II กลายเป็นโทรศัพท์มือถือที่มีระบบประมวลผลความเร็วสูงที่สุดไปแล้ว เช่นเดียวกับหน่วยประมวลผลกราฟฟิกแยกสำหรับเกมส์ 3D โดยเฉพาะเพื่อให้ผู้ใช้งานโทรศัพท์ได้สัมผัสกับประสบการณ์ที่แทบไม่แตกต่างจากการใช้งานโน้ตบุ๊คเลยเสียด้วยซ้ำ

ที่สำคัญก็คือราคาของ Samsung Galaxy S II นั้นมาแรงกว่าตัวสเปคภายในไปมากมายเพียงแค่ 18,900 บาทเท่านั้นพร้อมโปรโมชั่นจาก 3 โอเปอเรตอร์ภายในงาน Thailand Mobile Expo 2011 Hi-End อีกเพียบ

นอกจากนี้ Samsung Galaxy S II ยังพยายามฉีกหนีจากคู่แข่งอย่าง iPhone 4 ด้วยการใส่คุณสมบัติที่ Apple ไม่สามารถให้ท่านได้ไม่ว่าจะเป็นหน้าจอแบบ Super AMOLED Plus ขนาดใหญ่ถึง 4.3 นิ้ว, ตัวเครื่องบางเฉียบเพียง 8.49 มม., กล้องความละเอียด 8 ล้านพิกเซลพร้อมฟีเจอร์บันทึกวิดีโอแบบ Full HD 1080p, ระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ 2.3 อันแสนเปิดกว้างครอบด้วยอินเตอร์เฟซ TouchWiz 4.0 เวอร์ชันล่าสุด, พอร์ต MHL ควบรวมทั้ง microUSB และ HDMI ไว้ด้วยกัน รวมถึงระบบ Samsung Kies สำหรับโอนถ่ายไฟล์กับเครื่องคอมพิวเตอร์ของท่านโดยไม่ต้องต่อสาย USB อีกต่างหาก

2. LG Optimus Black

จอแจ่มจรัส สัมผัสบางเบา เพียงมือเดียวก็เสียวได้ (อย่าคิดลึก)

ราคา: 20,900 บาท (ขายแล้ว)

จุดเด่น: สมาร์ตโฟนที่มีระดับความสว่างหน้าจอสูงสุดแต่กินไฟน้อยสุดในบรรดาสมาร์ตโฟนด้วยกัน แถมยังมีน้ำหนักบางเบาสะดวกแก่การพกพาอีกด้วย

นอกเหนือจากจะมีรุ่น LG Optimus 2x ที่ถือได้ว่าเป็นสมาร์ตโฟนรุ่นแรกที่ใช้งานซีพียูแบบดูอัลคอร์และ LG Optimus 3D สุดอลังการงานสร้างด้วยระบบสามมิติแล้วที่จะเปิดตัวครั้งแรกภายในงาน Thailand Mobile Expo 2011 Hi-End ครั้งนี้แล้ว เชื่อได้เลยว่าอีกหนึ่งสมาร์ตโฟนแอนดรอยด์ที่จะสวมบทบาทเป็นพระเอกประจำบูธของ LG ในงานครั้งนี้นั้นไม่น่าจะหนีพ้นไปจากชื่อของ LG Optimus Black ไปได้อย่างแน่นอน

โดยความโดดเด่นของ LG Optimus Black นั้นสามารถสัมผัสกันได้ตั้งแต่รูปลักษณ์ภายนอกเลยด้วยซ้ำกับการที่ตัวเครื่องเลือกใช้งานเทคโนโลยีหน้าจอ NOVA Display ที่ให้ค่าความสว่างหน้าจอสูงสุดถึง 700 nits (มากกว่า iPhone 4 ที่ทำได้เพียง 400 nits ไปแบบคนละชั้นเลยทีเดียว) ซึ่งจะช่วยให้คุณสามารถใช้งาน LG Optimus Black กลางแดดจ้าได้อย่างไม่มีหวั่นว่าจะเจอจอดับ (อย่าคิดลึก) รวมถึงการแสดงผลสีขาว-ดำบนหน้าจอและค่า contrast ที่เป็นธรรมชาติกว่าแถมยังช่วยประหยัดพลังงานการกินไฟจากหน้าจอลงถึงกว่า 50 เปอร์เซนต์อีกต่างหาก

ขณะเดียวกัน LG Optimus Black เองก็ยังคงใส่ใจคุณสมบัติในแง่การทำงานของสมาร์ตโฟนอย่างครบถ้วนด้วยการใส่ซีพียูความเร็ว 1GHz มาให้ซึ่งจะช่วยให้ระบบการประมวลผลต่างๆภายในเครื่องเป็นไปได้อย่างไหลลื่น รวมถึงน้ำหนักตัวเครื่องที่มีความบางเพียง 9.4 มม.และเบาแค่ 109 กรัมเท่านั้นซึ่งถือได้ว่าเป็นสมาร์ตโฟนจอ 4 นิ้วที่มีน้ำหนักเบาที่สุดในโลกเวลานี้แล้วเพื่อความสะดวกในการพกพาของผู้ใช้

นอกจากนี้ LG Optimus Black ยังจะมาพร้อมกับกล้องหน้า 2MP -กล้องหลัง 5MP พร้อมแฟลช, ระบบการโอนถ่ายข้อมูลด้วย Wi-Fi Direct และ Gesture Control สำหรับควบคุมการทำงานโทรศัพท์มือถือแม้จะถือด้วยมือเพียงข้างเดียวก็ตาม

3. HTC Sensation

 เพชฌฆาตหน้าเปื้อนยิ้มแห่งสมาร์ตโฟนจากโลกอนาคต

ราคา: 18,900 บาท (สั่งจอง)

จุดเด่น: สมาร์ตโฟนที่หาญกล้าขึ้นมาท้าชน Galaxy S II ด้วยความเร็วซีพียูและราคาที่เท่ากัน พร้อมเคลือบความอร่อยด้วยอินเตอร์เฟซ Sense 3.0 ที่เป็นมิตรกับผู้ใช้สุดๆ

ค่าย HTC กลับมาอีกครั้งกับปรากฏการณ์ที่เหนือธรรมชาติอันยิ่งใหญ่ใน HTC Sensation ที่ถือได้ว่าเป็นโทรศัพท์มือถือระดับท็อปคลาสตัวต้นๆในโลกสมาร์ตโฟนแอนดรอยด์เวลานี้ ด้วยการใช้งานระบบปฏิบัติการ Android 2.3 Gingerbread เวอร์ชันล่าสุดที่มีความเสถียรมากขึ้น แถมจะว่าไปแล้วยังน่าจะใช้งานได้ง่ายขึ้นกว่ามือถือ Android 2.3 ตามท้องตลาดโดยทั่วไปเสียอีกด้วยการที่พวกเขาใส่อินเตอร์เฟซ HTC Sense เอาไว้ภายในเครื่องนั่นเอง 

ซึ่งแน่นอนว่าจุดขายหลักใน HTC Sensation นั้นก็คือระบบอินเตอร์เฟซที่พัฒนาขึ้นเองของทางค่ายในเวอร์ชันใหม่ล่าสุดอย่าง HTC Sense 3.0 ที่ได้รับการยกย่องจากสื่อหลายสำนักว่านี่คือว่าเป็น custom interface ที่มีรูปแบบการใช้งานเป็นมิตรกับยูสเซอร์บนระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์มากที่สุด ด้วยการวางเลย์เอาต์การใช้งานต่างๆและลูกเล่นเล็กๆน้อยๆที่แสดงให้เห็นถึงความใส่ใจของค่าย HTC ที่ถือคติว่าลูกค้าต้องมาก่อนเป็นสำคัญเสมอมา โดยในเวอร์ชัน 3.0 นี้จะมีจุดเปลี่ยนสำคัญก็คือการเพิ่มหน้าตาของอินเตอร์เฟซจะมีความเลิศหรูอลังการด้วยเอฟเฟกต์ในแบบ 3D สุดสวยงามนั่นเอง

อย่างไรก็ตามแม้ฉากหน้าจะดูเป็นเด็กน้อยไร้เดียงสาที่ไม่ว่าใครก็อดรักใคร่เอ็นดูไม่ได้ ทว่าขุมพลังภายในเครื่องของ HTC Sensation นั้นต้องบอกว่าไม่ธรรมดาเลยจริงๆเพราะอาศัยการประมวลผลผ่านชิปเซ็ตแบบ Dual Core ความเร็ว 1.2GHz เคียงบ่าเคียงไหล่กับ Samsung Galaxy S II มาคู่กันเลยทีเดียว ขณะที่หน้าจอของ HTC Sensation นั้นก็ให้มาอย่างจุใจกับ qHD ขนาด 4.3 นิ้ว ความละเอียดถึง 540*960 พิกเซลที่เหมาะสมกับการรับชมภาพยนตร์เป็นอย่างยิ่ง รวมไปจนถึงกล้องความละเอียด 8 ล้านพิกเซลพร้อมแฟลช LED คู่สำหรับคนรักการถ่ายภาพด้วย

4. Blackberry Bold 9780

เมนต์นิดแชตหน่อย สวรรค์เครื่องน้อยๆของคนชอบแชร์

ราคา: 13,900 บาท (ขายแล้ว)

จุดเด่น: สมาร์ตโฟนสำหรับสาวๆที่อดใจไม่ได้ที่จะแชร์ประสบการณ์ทุกสิ่งอันในชีวิตของเธอร่วมกับเพื่อนร่วมโลกด้วย 2 ฟังก์ชั่นเด็ด BBM และ PIN

ถ้าหากไม่นับมือถือขาประจำอย่าง iPhone 4 แล้วเครื่องประดับคู่กายแบบไอทีๆของเหล่าสาวน้อยสาวใหญ่ทั่วราชอาณาจักรไทยในเวลานียังไงเสียคงหนีไม่พ้นโทรศัพท์มือถือ Blackberry กันอย่างแน่แท้ เรียกได้ว่าไม่ว่าจะเดินไปที่ไหนก็จะต้องเห็นคุณเธอทั้งหลายห้อย BB คล้องคอเอาไว้เหมือนเป็นจตุคามรามเทพเพื่อความอุ่นใจในการเข้าสังคมอย่างไม่มีผิดเพี้ยนเลยละ ซึ่งเมื่อว่ากันถึงวัตถุมงคลแล้วยังไงเสียก็ต้องมีรุ่นพิมพ์นิยมที่นักเลงพระทั้งหลายต้องมี ซึ่ง BlackBerry เองก็มีรุ่นยอดฮิตติดตลาดแบบที่ว่านี้อยู่เช่นกันกับ BlackBerry Bold 9780 ที่เรากำลังจะพูดถึงตัวนี้นี่เองงงง.....

สำหรับสมาร์ตโฟนตระกูล BlackBerry นั้นหลายท่านคงพอจะทราบกันดีอยู่แล้วคุณสมบัติอันเป็นเอกลักษณ์ของมันก็คือระบบการแชตหรือสนทนาแบบออนไลน์ผ่าน BBM ที่สามารถโต้ตอบกันได้อย่างรวดเร็วและมีความเป็นเอกเทศด้วยระบบการแลก PIN นั่นเอง ซึ่งฟีเจอร์เหล่านี้ก็แน่นอนว่าได้รับการถ่ายทอดมายัง BlackBerry Bold 9780 อย่างครบครัน เหมาะอย่างยิ่งสำหรับคุณผู้หญิงที่พร้อมจะลงแดงตายหากไม่ได้ถ่ายรูปข้าวกลางวันแล้วอัพขึ้น Facebook ให้เพื่อนร่วมโลกได้ชื่นชมกันเป็นขวัญตา (ทุกวัน)

ยิ่งมาบวกกับคุณสมบัติภายในเครื่องอย่างแผงคีย์บอร์ด QWERTY เต็มเซ็ต, Trackpad, หน้าจอ LCD ความละเอียด 480*360 พิกเซล, ระบบปฏิบัติการ BlackBerry OS 6 และกล้องหลังความละเอียด 5 ล้านพิกเซลที่อาจฟังดูเหมือนน้อยไปแล้วสำหรับสมาร์ตโฟนยุคใหม่ แต่สำหรับการใช้งานแบบง่ายๆอย่างการเมาธ์กระจายกับเพื่อนหรือเมนต์บน Facebook สำหรับคุณผู้หญิงแล้วบอกได้คำเดียวว่าเพียงพอแบบถมเทไปเลยละ งานนี้เรียกได้ว่าสาวๆคนไหนยังไม่มี BlackBerry Bold 9780 เอาไว้ใช้งานก็ถือว่าเอาต์สุดๆแล้วละ!

5. Nokia X7

โทษทีครับเจ้านาย...ผมคิดว่าซิมเบียนมันตายไปแล้ว

ราคา: 14,500 บาท (ขายแล้ว)

จุดเด่น: สมาร์ตโฟนตัวใหม่จาก Nokia ที่พิสูจน์แล้วว่า Symbian ยังมีหนทางไปต่อในโลกโทรศัพท์มือถือ

ในขณะที่คนรุ่นใหม่ในบ้านเรามัวแต่แห่แหนไปกับกระแสไอโฟนและบีบี เช่นเดียวกับที่ตลาดสมาร์ตโฟนในเวลานี้กว่าครึ่งก็โดนแพลตฟอร์มแอนดรอยด์เทกโอเวอร์ไปเกือบหมดแล้ว เชื่อหรือไม่ครับว่ายังมีอีกระบบปฏิบัติการหนึ่งที่หลายคนอาจจะเผลอลืม (หรือแกล้งลืม) กันไปแล้วทั้งที่ครั้งหนึ่งพวกเขาเคยได้ชื่อว่าเป็นเบอร์หนึ่งของโลกโทรศัพท์มือถือมาแล้ว ใช่ครับ...เรากำลังพูดถึง Symbian OS กันอยู่นั่นเอง

สำหรับ Symbian ในความเห็นของหลายคนนั้นเชื่อว่ามันหมดอนาคตไปแล้วนับตั้งแต่ Nokia จับมือ Microsoft ร่วมพัฒนา Nokia WP7 ขึ้นมา ทว่าสุดท้ายก็ยังคงมีแสงสว่างสำหรับซิมเบียนอยู่ ณ ปลายทางอุโมงค์กับเวอร์ชันอัพเดตล่าสุด Symbian Anna ที่จะได้รับการนำมาใส่ไว้ใน Nokia X7 รุ่นนี้ด้วยนั่นเอง

Nokia X7 นั้นจะใช้งานระบบปฏิบัติการ Symbian Anna เวอร์ชันล่าสุดที่ได้รับการอัพเกรดให้มีประสิทธิภาพในการทำงานที่รวดเร็วขึ้นโดยเฉพาะอย่างยิ่งเว็บเบราเซอร์ที่ไวขึ้นกว่าเดิม รวมถึงหน้าตาอินเตอร์เฟซที่ใช้งานได้ง่ายและดูมีคลาสขึ้นกว่าสมาร์ตโฟนซิมเบียนรุ่นก่อนๆเยอะ ดูแล้วค่อยให้ความรู้สึกว่านี่คือหน้าตาที่ควรจะเป็นของสมาร์ตโฟนจริงๆนะ โดยตัวเครื่อง Nokia X7 นั้นก็มาพร้อมกับดีไซน์สวยเก๋เท่ไม่ซ้ำใครกับรูปทรงแบบสี่เหลี่ยมลบขอบสุดแนวต่างจากบอดี้แบบเดิมที่เราเห็นกันได้ในมือถือ Nokia ตามท้องตลาดทั่วไปด้วย

นอกจากนี้ Nokia X7 ยังจะเลือกใช้งานหน้าจอแบบ AMOLED ขนาด 4 นิ้วซึ่งผลิตจาก Gorilla Glass ที่มีความสามารถในการทนต่อแรงขีดข่วนจากภายนอกได้อย่างสูง, ซีพียู ARM11 ตัวเดียวกับในรุ่น N8 และ E7, 256MB RAM, กล้อง 8 ล้านพิกเซลพร้อมแฟลช LED คู่ โดยจะมาพร้อมกับการ์ดหน่วยความจำ 8GB ภายในเครื่องด้วยซึ่งสามารถเพิ่มเติมหน่วยความจุได้อีก 32GB ผ่าน microSD ได้อีกต่างหาก

6. Motorola Atrix

ตั้งโต๊ะ ต่อจอ ติดด็อค จะลงล็อคท่าไหนก็ตามแต่ใจคุณ

ราคา: 19,900 บาท (สั่งจอง)

จุดเด่น: สมาร์ตโฟนที่มาพร้อมกับฟังก์ชั่นการเชื่อมต่อแบบครบครัน ปรับแต่งเป็นได้ทั้งมือถือในมือคุณหรือเน็ตบุ๊คขนาดย่อมก็ไม่มีปัญหา

ขึ้นชื่อว่าเป็นสมาร์ตโฟนยุคใหม่ประจำพ.ศ.นี้แล้วก็อย่าหวังเลยครับว่ามันจะมีแค่เอาไว้ใช้โทรเข้า-ออกหรือเล่นเกมส์งูเหมือนอย่างสมัยก่อนแค่นั้นมันคงจะอยู่ไม่ได้ในตลาดมือถือปัจจุบันเป็นแน่ ว่าแล้วค่าย Motorola เลยไม่คิดหยุดนิ่งอยู่กับสมาร์ตโฟนสายพันธุ์อึดอย่าง Motorola Defy แต่จะขอกระโดดข้ามขั้นไปเล่นตลาดสมาร์ตโฟนระดับไฮเอนด์ด้วย Motorola Atrix ที่มาพร้อมกับคุณสมบัติที่แม้แต่อุปกรณ์รุ่นใหญ่ยังต้องอายเสียเลย

สำหรับ Motorola Atrix ตัวนี้แม้ว่าจะยังคงปฏิบัติการบนระบบ Android 2.2 Froyo (อัพเกรดเป็น 2.3 Gingerbread ได้ในอนาคต) แต่ตัวเครื่องจะอาศัยขุมพลังจากโปรเซสเซอร์ Tegra 2 แบบ Dual-Core และ RAM ในตัวเครื่องอีก 1GB เพื่อเพิ่มความแรงในการประมวลผลการทำงานและกราฟฟิกต่างๆให้สูสีกับแทบเลตหรือเน็ตบุ๊คกันเลยทีเดียว

และที่บอกว่ามีความคล้ายคลึงกันกับผลิตภัณฑ์ในกลุ่มเน็ตบุ๊คนั้น เราไม่ได้ถึงเฉพาะคุณสมบัติทางด้านฮาร์ดแวร์เพียงอย่างเดียวแต่อย่างใด เพราะในส่วนของลักษณะภายนอกนั้นคุณสามารถเชื่อมต่อ Motorola Atrix เข้ากับด็อคแบบพิเศษที่มีชื่อว่า Motorola Lapdock ที่จะแปลงโฉมให้โทรศัพท์มือถือตัวนี้สามารถใช้งานเป็นเน็ตบุ๊คขนาดย่อมๆได้อีกต่างหากด้วยแผงคีย์บอร์ดเต็มรูปแบบ, พอร์ตการเชื่อมต่อครบถ้วน และเบราเซอร์ Firefox เวอร์ชันเต็มเพื่อประสบการณ์การท่องอินเตอร์เน็ตบนมือถือที่สมบูรณ์กว่า

นอกจากนี้แล้ว Motorola Atrix ยังจะมาพร้อมกับสเปคในส่วนอื่นๆที่น่าสนใจไม่แพ้กันไม่ว่าจะเป็นหน้าจอแบบ qHD ขนาด 4 นิ้ว, หน่วยความจำภายใน 16GB, อัพความจุเครื่องผ่าน microSD Card ได้ถึง 32GB, กล้อง 5 ล้านพิกเซลพร้อมแแฟลช LED รองรับการบันทึกวิดีโอแบบ HD รวมถึงแบตเตอรี่ความจุมากถึง 1930 mAh เลยทีเดียว

7. Sony Ericsson Xperia Arc

ที่สุดความบันเทิงทั่วฟ้าเมืองไทยรวมไว้ในมือท่าน

ราคา: 19,900 บาท (ขายแล้ว)

จุดเด่น: สมาร์ตโฟนเพื่อผู้ชื่นชอบคุณสมบัติด้านความบันเทิงเป็นหลักทั้งหน้าจอสุดคมชัดด้วย Bravia Engine และกล้อง 8 พิกเซลพร้อมเซนเซอร์ Exmor R

ในปัจจุบันนี้ฟีเจอร์และคุณสมบัติด้านความบันเทิงนั้นถือได้ว่ามาเป็นอันดึบหนึ่งในแง่ของความสำคัญที่ผู้ใช้งานจะซื้อหาอุปกรณ์ไอทีมาใช้งานสักเครื่อง เพราะคงจะไม่เพียงพอแล้วกับการนั่งดูทีวีอยู่บ้านฆ่าเวลาเพื่อความบันเทิงใจตราบเท่าที่ชีวิตส่วนใหญ่ของเรานั้นต้องใช้เวลาถึง 2 ใน 3 ไปกับการอยู่นอกบ้านเสียเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งทาง Sony Ericsson รู้ใจทุกท่านและเตรียมพร้อมตอบโจทย์ความต้องการเหล่านี้ด้วยการส่ง Sony Ericsson Xperia Arc ออกวางตลาดในบ้านเราแล้ว

สำหรับ Sony Ericsson Xperia Arc นั้นมาพร้อมกับหน้าตาและการดีไซน์ที่เน้นความโค้งมนสวยงามตามสไตล์ค่ายนี้เป็นหลัก โดยตัวเครื่องจะมาพร้อมกับขุมพลังซีพียู Snapdragon ความเร็ว 1GHz, 512MB RAM และระบบปฏิบัติการ Android 2.3 Gingerbread ในการประมวลผลต่างๆผ่านการแสดงผลบนหน้าจอความคมชัดสูงที่เรียกว่า Reality Display ขนาด 4.2 นิ้วซึ่งขับเคลื่อนโดย Sony Mobile BRAVIA Engine ที่จะทำให้ภาพมีสีสันสวยงามและสว่างบนหน้าจอโทรศัพท์มากกว่าเดิมนั่นเอง

ขณะเดียวกันส่วนที่เป็นไฮไลต์สำคัญของ Sony Ericsson Xperia Arc นั้นน่าจะอยู่ในส่วนของฟีเจอร์ด้านการถ่ายภาพและบันทึกวิดีโอที่จัดมาให้แบบไม่มียั้งกับกล้องความละเอียด 8 ล้านพิกเซลซึ่งใช้งานเซ็นเซอร์ Sony Exmor R เพื่อให้คุณสามารถถ่ายภาพในสภาวะที่มีแสงน้อยได้ดีขึ้นกว่าเดิม ส่วนฟังก์ชั่นการใช้งานนั้นก็แทบจะไม่แตกต่างจากกล้องคอมแพกต์ทั่วไปทั้งระบบออโต้โฟกัส, Touch Focus, Face Detection, Smile Detection หรือระบบกันสั่นก็ตาม รวมถึงความสามารถในการบันทึกวิดีโอแบบ HD ความละเอียดสูงสุด 1280*720 พิกเซลอีกด้วย

8. iPhone 4

อภิมหาอมตะนิรันดร์กาลมือถือยอดฮิต โทรติดทุกเครือข่าย

ราคา: 16GB-22,250 บาท , 32GB-26,000 บาท (ขายแล้ว)

จุดเด่น: สมาร์ตโฟนที่เป็นมากกว่าสมาร์ตโฟน รองรับฟังก์ชั่นการใช้งานกับทุกไลฟ์สไตล์ในสังคมที่ทำให้ใครหลายคนตกเป็นทาสของ Apple มาแล้วทั่วโลก

หากเปรียบเทียบให้ Samsung Galaxy S II เป็นเสมือนนายแบบหน้ายาว ณเดชน์ คูกิมิยะ ที่กำลังอยู่ในกระแสความสนใจของชาวบ้านร้านตลาดในเวลานี้แล้ว ถ้าอย่างนั้นสำหรับ iPhone 4 เองก็คงไม่ต่างอะไรกับหนุ่มลูกครึ่งอนันดา เอเวอริ่งแฮมที่ทั้งหน้าตาก็ดี มีผลงานเข้าตามาก็หลายรอบ แถมยังสามารถพลิกบทบาทการแสดงได้ร้อยแปดไม่ว่าจะเป็นหนังบู๊, หนังรัก หรือแม้กระทั่งหนังธรรมะก็ไม่เคยหวั่น!

สำหรับสรรพคุณของ iPhone 4 นั้นคิดว่าเราคงไม่ต้องสาธยายอะไรให้มากมายอีกแล้วหากวัดจากรางวี่รางวัลต่างๆที่ Apple คว้ามาได้มากมายจากผลิตภัณฑ์ตัวนี้ ขณะที่ทั่วโลกต่างก็ให้ความสนใจทุกครั้งที่ iPhone ออกวางจำหน่ายเช่นเดียวกับปริมาณความต้องการ iPhone นั้นก็มักจะมีเข้ามามากกว่าปริมาณสินค้าพร้อมขายอยู่ตลอดเวลา ซึ่งนั่นก็พอจะพิสูจน์ความเป็นแก็ดเจ็ตห้ามพลาดของ iPhone 4 ได้เป็นอย่างดีทีเดียวเลยละ

โดยในงาน Thailand Mobile Expo 2011 Hi-End ครั้งนี้ทั้ง 3 ค่ายโอเปอเรเตอร์ใหญ่ในบ้านเราไม่ว่าจะเป็น AIS, DTAC หรือ True เองต่างก็จะนำเอา iPhone 4 ในสังกัดของตัวเองพร้อมกับโปรโมชั่นแพ็คเกจรูปแบบต่างๆออกมากำนัลแด่คนที่อยากมีอยากได้ iPhone 4 ไว้ใช้งานกันอย่างแน่นอน ซึ่งไฮไลต์สำคัญนั้นคงจะอยู่ในส่วนของ iPhone 5...เอ๊ย! iPhone 4 สีขาวที่ต้องตาตรึงใจสาวก Apple ในบ้านเราจนอยากไขว่คว้าไปนอนกอดเล่นกันซักเครื่องนั่นเอง

บทความโดย: ekk TechXcite