Sennheiser ได้เปิดตัวหูฟังไร้สายรุ่น Sennheiser HDB 630 ในประเทศอินเดีย (หลังจากเปิดตัวในสหรัฐฯ เมื่อเดือนที่แล้ว) โดยออกแบบมาสำหรับผู้ที่ต้องการ ประสิทธิภาพเสียงที่ทรงพลัง ควบคู่ไปกับความยืดหยุ่นในการใช้งานทั้งแบบมีสายและไร้สาย ดีไซน์ของ HDB 630 ได้รับแรงบันดาลใจมาจากรุ่น Momentum 4 แต่เสริมด้วยระบบอะคูสติกที่ปรับแต่งมาเป็นพิเศษเพื่อการฟังที่เน้นคุณภาพ หูฟังใช้ไดรเวอร์แบบไดนามิกขนาด 42 มม. ที่ผลิตในโรงงาน Tullamore ของ Sennheiser ในไอร์แลนด์ พร้อมการปรับแต่งอะคูสติกหลายจุดที่มุ่งเน้นการให้เสียงกลางที่สะอาด เสียงร้องที่ชัดเจน และไดนามิกที่รวดเร็ว โดยทางบริษัทเคลมว่าคุณภาพเสียงนั้นใกล้เคียงกับสิ่งที่ได้ยินในสตูดิโอมาสเตอร์ริ่งเลยทีเดียว.

HDB 630 รองรับเสียงความละเอียดสูงทั้งแบบมีสายและไร้สาย ผ่านพอร์ต USB Type-C หรือสายแอนะล็อกที่ให้มา ทำให้สามารถเล่นเพลงได้สูงสุดถึง 24-bit/96kHz ส่วนการเชื่อมต่อไร้สายใช้ Bluetooth 5.2 พร้อมโคเดก aptX Adaptive เพื่อการสตรีมที่เสถียรและคุณภาพเสียงที่ดีขึ้น ที่น่าสนใจคือ Sennheiser ได้แถม USB Type C Transmitter Dongle เพื่อเพิ่มการรองรับ aptX Adaptive ความละเอียดสูงให้กับอุปกรณ์ที่ไม่รองรับโคเดกนี้โดยตรง (ปัจจุบันมีสมาร์ทโฟนเพียงประมาณ 16% ที่รองรับโคเดกนี้ แต่ดองเกิลจะช่วยเพิ่มความเข้ากันได้เป็นประมาณ 80%) หูฟังยังมาพร้อมเครื่องมือปรับแต่งเสียงใหม่ผ่านแอป Smart Control Plus เช่น Crossfeed (ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากรุ่น HE 1) ซึ่งช่วยผสมสัญญาณซ้ายและขวาเพื่อสร้างประสบการณ์เสียงแบบลำโพง และ Parametric Equalizer ใหม่ ที่ให้ผู้ใช้ควบคุมความถี่แต่ละช่วงได้อย่างละเอียด การตั้งค่าเหล่านี้จะถูกประมวลผลบนตัวหูฟังเอง ทำให้เสียงที่ได้คงที่ไม่ว่าจะเปลี่ยนไปใช้แอปพลิเคชันหรืออุปกรณ์ใดก็ตาม.
HDB 630 มีราคาจำหน่ายในสหรัฐฯ อยู่ที่ $499.95 (ประมาณ 17,500 บาท) ส่วนในประเทศอินเดียมีราคาปกติ 54,990 รูปี แต่มีราคาพรีออเดอร์อยู่ที่ 44,990 รูปี (ประมาณ 19,530 บาท) โดยผู้ที่พรีออเดอร์จะได้รับหูฟัง TWS รุ่น Accentum Open มูลค่า 12,990 รูปี (ประมาณ 5,640 บาท) ฟรี

หมีเด้งวิเคราะห์ : Sennheiser HDB 630—การนำ 'Pro-Audio' มาสู่ผู้ใช้ทั่วไป
การเปิดตัว Sennheiser HDB 630 เป็นการตอกย้ำถึงความพยายามของ Sennheiser ในการ นำเทคโนโลยี 'Pro-Audio' มาสู่ผู้บริโภคทั่วไป กลยุทธ์ที่โดดเด่นคือการใส่ฟีเจอร์ปรับแต่งเสียงขั้นสูงอย่าง Parametric Equalizer และ Crossfeed เข้ามาในหูฟังไร้สาย ซึ่งเป็นเครื่องมือที่ปกติสงวนไว้สำหรับนักฟังเพลงระดับ Audiophile หรือมืออาชีพเท่านั้น การที่การตั้งค่า EQ ถูกประมวลผลบนตัวหูฟังโดยตรง (Processing on the headphones) ถือเป็น จุดแข็งเชิงเทคนิคที่สำคัญ ที่รับประกันคุณภาพเสียงที่สม่ำเสมอในทุกอุปกรณ์ การแถม USB-C Transmitter Dongle เป็นการแก้ปัญหา "ความเข้ากันได้ของ Codec" ในตลาดอย่างชาญฉลาด ซึ่งช่วยขยายขอบเขตการรองรับ Hi-Res Wireless ไปยังอุปกรณ์ส่วนใหญ่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ การวางราคาในตลาดพรีเมียม แต่มีโปรโมชั่นพรีออเดอร์ที่คุ้มค่ามาก (แถม TWS) เป็นการดึงดูดนักฟังเพลงให้ยกระดับประสบการณ์การฟังไปสู่มาตรฐานของสตูดิโอ.
source: gizmochina