ก่อนถึงงาน CES ที่กำลังจะจัดขึ้นในอีกไม่กี่วันข้างหน้า Samsung ได้ประกาศเปิดตัว Samsung Freestyle+ Projector โปรเจคเตอร์พกพารุ่นใหม่ ที่ได้รับการอัปเกรดความสามารถและเทคโนโลยี AI ครั้งใหญ่ เพื่อมอบประสบการณ์การรับชมที่ยืดหยุ่นและมีคุณภาพสูงในทุกสถานที่
Freestyle+ มาพร้อมกับดีไซน์ทรงกระบอกที่เป็นเอกลักษณ์และสามารถหมุนได้ 180 องศา ทำให้ผู้ใช้สามารถฉายภาพไปยังพื้น ผนัง หรือแม้แต่เพดานได้อย่างง่ายดายโดยไม่ต้องใช้อุปกรณ์เสริมใดๆ จุดอัปเกรดที่สำคัญคือความสว่างสูงสุดที่เพิ่มขึ้นเกือบสองเท่าจากรุ่นก่อนหน้า เป็น 430 ISO lumens แม้ว่าความสว่างระดับนี้จะยังเหมาะกับการใช้งานในห้องที่มืดสนิทมากกว่า แต่ก็ช่วยให้ภาพดูดีขึ้นมากเมื่อมีแสงสว่างรอบข้างอยู่บ้าง นอกจากนี้ ตัวเครื่องยังมีลำโพงในตัวที่ให้เสียงแบบ 360 องศา และรองรับฟีเจอร์ Q-Symphony ที่สามารถซิงค์กับซาวด์บาร์ของ Samsung ได้ เพื่อสร้างมิติเสียงที่สมบูรณ์ยิ่งขึ้น
.jpg)
ไฮไลต์ของรุ่นนี้คือชุดคุณสมบัติ AI OptiScreen ที่เน้นการปรับภาพอัตโนมัติอย่างชาญฉลาด ซึ่งประกอบด้วยฟีเจอร์สำคัญหลายอย่าง: 3D Auto Keystone ที่สามารถแก้ไขความบิดเบี้ยวของภาพได้โดยอัตโนมัติ แม้จะฉายไปบนพื้นผิวที่ไม่เรียบ เช่น มุมห้อง ผ้าม่าน หรือผนังเอียง, Real-time Focus ที่ปรับความคมชัดของภาพอยู่ตลอดเวลาแม้โปรเจคเตอร์จะถูกขยับหรือหมุน, และ Wall Calibration ที่วิเคราะห์สีหรือลวดลายของพื้นผิวที่ฉายเพื่อปรับค่าสีให้ถูกต้องแม่นยำที่สุด ทำให้ผู้ใช้สามารถ "แค่เล็งแล้วเล่น" (Point and Play) ได้ทันที
Samsung Freestyle+ มีกำหนดเริ่มวางจำหน่ายในช่วงครึ่งแรกของปี 2026 โดยจะมีการนำไปจัดแสดงอย่างละเอียดในพื้นที่นิทรรศการของ Samsung ที่งาน CES แม้ว่าราคาอย่างเป็นทางการจะยังไม่ได้รับการเปิดเผย แต่รุ่นก่อนหน้าอย่าง The Freestyle 2nd Gen มีราคาเริ่มต้นอยู่ที่ประมาณ $799 (ประมาณ 28,000 บาท) ดังนั้นรุ่น Freestyle+ คาดว่าจะมีราคาอยู่ในช่วงใกล้เคียงกัน

หมีเด้งวิเคราะห์ : การที่ Samsung เน้นการอัปเกรดความสว่างและ AI-powered Optimization ใน Freestyle+ ถือเป็น กลยุทธ์การสร้างความเป็นเลิศด้าน "ความสะดวกในการใช้งานแบบพกพา" (Effortless Portability Excellence Strategy) Samsung ทราบดีว่าโปรเจคเตอร์พกพามักถูกใช้งานในสภาพแวดล้อมที่ไม่สมบูรณ์แบบ (ห้องสว่าง, พื้นผิวไม่เรียบ) การนำเทคโนโลยี AI มาช่วยแก้ไขปัญหาเหล่านี้โดยอัตโนมัติผ่านฟีเจอร์อย่าง 3D Auto Keystone และ Wall Calibration ทำให้ Freestyle+ ไม่ได้เป็นแค่โปรเจคเตอร์ที่พกพาได้ แต่เป็นโปรเจคเตอร์ที่ "ใช้งานได้จริง" ทุกที่ ซึ่งเป็นการยกระดับตัวเองให้เหนือกว่าคู่แข่งในตลาดโปรเจคเตอร์ขนาดเล็กที่เน้นสเปกแต่ขาดฟังก์ชันการปรับภาพอัตโนมัติที่ชาญฉลาด.
source: gsmarena