วงการสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตกำลังเผชิญกับคลื่นการปรับราคาครั้งใหม่ โดยข้อมูลจากแหล่งข่าววงในชื่อดังอย่าง Abhishek Yadav ระบุว่าตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป หลายแบรนด์ชั้นนำเตรียมปรับราคาสินค้าขึ้นอย่างเป็นทางการ โดยมีสาเหตุหลักมาจากต้นทุนการผลิตชิ้นส่วนที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะปัญหาการขาดแคลนและราคาที่พุ่งสูงของหน่วยความจำ (Memory) ซึ่งส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานทั่วโลก
ทางด้านยักษ์ใหญ่จากเกาหลีใต้อย่าง Samsung ถูกคาดการณ์ว่าจะเริ่มปรับราคาแท็บเล็ตทุกรุ่นขึ้นตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคมนี้ แม้ว่าทาง Samsung จะยังไม่มีการประกาศอย่างเป็นทางการต่อสาธารณชน แต่แหล่งข่าวระบุว่าการปรับขึ้นราคานั้นได้รับการยืนยันเป็นการภายในแล้ว ทว่ารายละเอียดเกี่ยวกับรุ่นที่ได้รับผลกระทบและอัตราราคาใหม่นั้นยังคงต้องรอความชัดเจนอีกครั้ง

ในตลาดอินเดีย แบรนด์ Vivo และ iQOO ได้เริ่มขยับราคาขึ้นแล้วในสมาร์ทโฟนหลายรุ่น เช่น iQOO Z10 และ Vivo T4 5G ที่มีการปรับราคาเพิ่มขึ้นรุ่นละ 2,000 รูปี (ประมาณ 850 บาท) ส่งผลให้รุ่นเริ่มต้นขยับจาก 22,999 รูปี ขึ้นไปแตะที่ 24,999 รูปี เช่นเดียวกับรุ่นความจุสูงอย่าง 12GB/256GB ที่ขยับราคาจาก 26,999 รูปี ไปเป็น 28,999 รูปี
ขณะที่รุ่นรองลงมาอย่าง iQOO Z10R และ Vivo T4R 5G ก็มีการปรับขึ้นในอัตรา 2,000 รูปีเช่นเดียวกัน ส่วนรุ่นประหยัดอย่าง iQOO Z10x และ Vivo T4x 5G มีการปรับราคาที่แตกต่างกันตามความจุ โดยรุ่นเริ่มต้นปรับขึ้น 1,500 รูปี ในขณะที่รุ่นความจุ 8GB/128GB และ 8GB/256GB นั้นมีราคาพุ่งสูงขึ้นถึง 2,500 รูปี (ประมาณ 1,100 บาท) เมื่อเทียบกับราคาเดิมก่อนหน้านี้
นอกจากแบรนด์ที่กล่าวมาข้างต้นแล้ว แหล่งข่าวยังระบุเพิ่มเติมว่าแบรนด์ยอดนิยมอย่าง OnePlus และ Realme อาจมีการประกาศปรับขึ้นราคาในเร็วๆ นี้เช่นกัน เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบที่เพิ่มขึ้นไม่ได้ส่งผลกระทบแค่แบรนด์ใดแบรนด์หนึ่ง แต่เป็นปัจจัยลบที่กดดันอุตสาหกรรมสมาร์ทโฟนทั้งระบบ ทำให้ราคาขายปลีกในปัจจุบันอาจสูงขึ้นกว่าเดิมตั้งแต่ 1,500 ไปจนถึง 3,000 รูปีเลยทีเดียว
หมีเด้งวิเคราะห์: ยุคสมัยของ "มือถือราคาถูก" กำลังสิ้นสุดลง? การปรับขึ้นราคาของสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่า ผู้ผลิตไม่สามารถแบกรับต้นทุนชิ้นส่วนที่ผันผวนได้อีกต่อไป บทวิเคราะห์มองว่าปัจจัยเรื่องราคาหน่วยความจำที่พุ่งสูงขึ้นเป็นเพียงยอดภูเขาน้ำแข็ง เพราะในความเป็นจริง แบรนด์ต่างๆ กำลังเผชิญกับค่าใช้จ่ายด้านการวิจัยและพัฒนา AI ที่เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาลควบคู่ไปด้วย การปรับราคาขึ้นในระดับ 1,000 - 3,000 บาท อาจดูไม่มากสำหรับรุ่นเรือธง แต่สำหรับตลาดระดับเริ่มต้นถึงระดับกลาง (Entry to Mid-range) การขยับราคาเพียงเล็กน้อยส่งผลต่อการตัดสินใจของผู้ซื้ออย่างมาก หมากเกมนี้อาจทำให้ผู้บริโภคเริ่มชะลอการเปลี่ยนเครื่องใหม่ และหันไปมองหาโปรโมชั่นจากผู้ให้บริการเครือข่ายมากขึ้นเพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายครับ
source: gizmochina