Redmi แบรนด์ย่อยยอดนิยมของ Xiaomi ได้ประกาศเปิดตัวสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ Redmi A7 Pro 4G อย่างเป็นทางการในประเทศอินโดนีเซีย โดยมุ่งเป้าไปที่กลุ่มผู้บริโภคที่เน้นความคุ้มค่าเป็นหลัก รุ่นนี้มาพร้อมกับสเปกที่ตอบโจทย์การใช้งานจริงในชีวิตประจำวันอย่างครบครัน ในราคาที่เรียกได้ว่าเข้าถึงง่ายและดุดันที่สุดในตลาดระดับเริ่มต้น
จุดเด่นที่เป็นหัวใจหลักของรุ่นนี้คือแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ถึง 6,000mAh ที่ออกแบบมาเพื่อการใช้งานที่ยาวนานต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการสตรีมวิดีโอ การท่องเว็บ หรือการใช้งานสายสนทนาตลอดทั้งวัน โดยตัวเครื่องรองรับระบบชาร์จที่ความเร็ว 15W ซึ่งถือเป็นการรักษาสมดุลระหว่างความจุแบตเตอรี่ที่มหาศาลกับความเร็วในการชาร์จที่เหมาะสมกับระดับราคา

ในด้านการแสดงผล Redmi A7 Pro 4G มาพร้อมหน้าจอขนาดใหญ่พิเศษถึง 6.9 นิ้ว แบบ IPS LCD ซึ่งโดดเด่นด้วยอัตรารีเฟรชเรตสูงถึง 120Hz มอบความลื่นไหลในการใช้งานมากกว่ามือถือราคาประหยัดทั่วไป ขับเคลื่อนด้วยชิปเซ็ต Unisoc T7250 (สถาปัตยกรรม 12 นาโนเมตร) จับคู่กับ RAM 8GB และหน่วยความจำภายใน 128GB ทำงานบนระบบปฏิบัติการรุ่นใหม่ล่าสุดอย่าง Xiaomi HyperOS
สำหรับการถ่ายภาพ ตัวเครื่องติดตั้งชุดกล้องหลังคู่ AI ความละเอียด 13 ล้านพิกเซล และกล้องหน้าความละเอียด 8 ล้านพิกเซล โดยมีการนำซอฟต์แวร์ AI เข้ามาช่วยปรับปรุงคุณภาพของภาพถ่ายเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดในสภาพแสงที่หลากหลาย นอกจากนี้ Redmi ยังสร้างความต่างด้านดีไซน์ด้วยตัวเลือกถึง 4 สี ได้แก่ ดำ, ฟ้า, เขียว และส้ม โดยเฉพาะ สีส้ม ที่มีพื้นผิวฝาหลังเป็นลวดลายคลื่น (Wavy Texture) ช่วยยกระดับความหรูหราให้ดูแพงกว่าราคาจริง
ราคาจำหน่ายปกติในอินโดนีเซียอยู่ที่ 1,699,000 รูเปียห์ (ประมาณ 3,800 บาท) แต่สำหรับผู้ที่สั่งจองล่วงหน้าในช่วงวันที่ 1-7 มีนาคมนี้ จะได้รับราคาพิเศษเพียง 1,499,000 รูเปียห์ (ประมาณ 3,400 บาท) ผ่านช่องทางออนไลน์ยอดนิยมต่างๆ และจะเริ่มวางจำหน่ายทั่วไปในวันที่ 13 มีนาคม พร้อมสิทธิพิเศษแถมฟรี Spotify Premium Standard นาน 2 เดือน ทว่าในขณะนี้ยังไม่มีการยืนยันว่าจะมีการนำไปวางจำหน่ายในประเทศอื่นๆ รวมถึงประเทศไทยหรือไม่

หมีเด้งวิเคราะห์: การทำลายกำแพงสเปก 120Hz ในมือถือราคาต่ำกว่าสี่พัน การเปิดตัว Redmi A7 Pro 4G แสดงให้เห็นถึงกลยุทธ์ "Killer Specs" ของ Xiaomi ที่ต้องการครองตลาดระดับล่างอย่างเบ็ดเสร็จ การใส่หน้าจอ 120Hz และ RAM 8GB มาในมือถือราคาเริ่มต้นที่ประมาณ 3,400 บาท คือการตั้งบรรทัดฐานใหม่ที่ทำให้คู่แข่งทำงานลำบากขึ้นมาก บทวิเคราะห์มองว่า Xiaomi กำลังใช้ความได้เปรียบด้านปริมาณการผลิต (Economy of Scale) เพื่อนำฟีเจอร์ที่เคยอยู่เฉพาะในรุ่นกลางลงมาใส่ในรุ่นเริ่มต้น ซึ่งหากรุ่นนี้ทำตลาดในไทยด้วยราคาที่ใกล้เคียงกัน มันจะกลายเป็นสมาร์ทโฟนที่คุ้มค่าที่สุดสำหรับนักเรียน นักศึกษา หรือผู้ที่ต้องการเครื่องสำรองที่จอใหญ่และแบตเตอรี่อึดอย่างไม่ต้องสงสัยครับ
source: gizmochina