Oppo ยังคงเดินหน้าขยายไลน์อัปตระกูล "A6" อย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดได้เปิดตัว Oppo A6s Pro ในประเทศบังกลาเทศ ซึ่งการเปิดตัวครั้งนี้เป็นไปอย่างเรียบง่ายผ่านโซเชียลมีเดีย โดยตัวเครื่องถือเป็นการปรับปรุงประสิทธิภาพเพียงเล็กน้อยจากรุ่น Oppo A6 Pro เดิม แต่ยังคงรักษาจุดเด่นด้านความทนทานและพลังงานเอาไว้ได้อย่างเหนียวแน่น ซึ่งขณะนี้กำลังอยู่ในช่วงโค้งสุดท้ายของการเปิดจองล่วงหน้าที่จะสิ้นสุดลงในวันที่ 3 มีนาคมนี้

สำหรับการวางจำหน่าย Oppo A6s Pro มาในรุ่นความจุ RAM 8GB และ ROM 256GB โดยเปิดราคาอยู่ที่ 39,990 ตากาบังกลาเทศ (ประมาณ 12,000 บาท) ซึ่งผู้ที่สั่งจองในช่วงเวลาดังกล่าวจะได้รับสิทธิพิเศษมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการขยายเวลารับประกันตัวเครื่องเพิ่มอีก 1 ปี, สิทธิ์การเปลี่ยนเครื่องใหม่ฟรีภายใน 90 วัน และของสมนาคุณเป็นกระเป๋าเป้จาก Oppo เพื่อเป็นการกระตุ้นยอดขายในกลุ่มผู้ใช้งานระดับเริ่มต้นถึงกลาง

ในด้านขุมพลัง รุ่นนี้ยังคงเลือกใช้ชิปเซ็ต Helio G100 Max เช่นเดียวกับรุ่น A6 Pro โดยมีการติดตั้งระบบระบายความร้อนแบบ Vapor Chamber เพื่อควบคุมอุณหภูมิไม่ให้เครื่องร้อนจนประสิทธิภาพตกขณะใช้งานหนัก ส่วนไฮไลต์ที่น่าสนใจคือแบตเตอรี่ความจุสูงถึง 7,000 mAh ซึ่งรองรับระบบชาร์จไว 80W SuperVOOC มอบประสบการณ์การใช้งานที่ยาวนานข้ามวันโดยไม่ต้องกังวลเรื่องการชาร์จไฟบ่อยครั้ง

จุดอัปเกรดสำคัญที่สุดของรุ่น "s Pro" คือกล้องหน้าที่ขยับความละเอียดขึ้นไปสูงถึง 50MP พร้อมเลนส์มุมกว้างพิเศษ (Ultra-wide) เพื่อรองรับการถ่ายเซลฟี่กลุ่มที่เก็บรายละเอียดได้ครบถ้วนกว่าเดิม ในขณะที่กล้องหลังยังคงใช้ชุดเลนส์หลัก 50MP ทำงานร่วมกับเลนส์ช่วยถ่ายภาพ 2MP นอกจากนี้ตัวเครื่องยังมาพร้อมกับสีใหม่ที่ดูทันสมัยอย่าง Lumina Frost ซึ่งช่วยเพิ่มความสวยงามสะดุดตาให้กับตัวเครื่องที่มีความหนาเพียง 8 มม. และหนัก 190 กรัม

ทางด้านหน้าจอแสดงผล ใช้พาเนล OLED ขนาด 6.57 นิ้ว รองรับอัตรารีเฟรชเรต 120Hz และให้ความสว่างสูงสุด 1,400 nits มอบความคมชัดแม้ใช้งานกลางแดดจ้า พร้อมติดตั้งระบบสแกนลายนิ้วมือใต้หน้าจอและลำโพงคู่สเตอริโอมาให้ครบถ้วน นอกจากนี้ยังมีความทนทานระดับสูงด้วยมาตรฐาน IP69K ซึ่งสามารถทนต่อการจมน้ำและแรงดันน้ำฉีดสูงได้อย่างยอดเยี่ยม เหมาะสำหรับการใช้งานในทุกสภาวะแวดล้อม

หมีเด้งวิเคราะห์: การปรับกลยุทธ์เน้น "เซลฟี่" เพื่อเจาะตลาดคนรุ่นใหม่ในงบจำกัด การเปิดตัว Oppo A6s Pro สะท้อนให้เห็นว่า Oppo กำลังใช้กลยุทธ์ "Minimal Upgrade" หรือการปรับปรุงเฉพาะจุดที่ผู้ใช้งานให้ความสำคัญที่สุดเพื่อคุมต้นทุน การเลือกอัปเกรดเพียงกล้องหน้า 50MP แต่ยังคงสเปกส่วนใหญ่เหมือนเดิม แสดงให้เห็นว่า Oppo เล็งเห็นถึงพฤติกรรมผู้ใช้ในแถบเอเชียใต้ที่เน้นการถ่ายภาพบุคคลและโซเชียลมีเดียเป็นหลัก บทวิเคราะห์มองว่าความน่าสนใจที่แท้จริงไม่ใช่ชิปเซ็ต แต่คือการรักษาสมดุลระหว่าง "แบตเตอรี่ 7,000 mAh" กับ "ความบางเพียง 8 มม." ซึ่งเป็นโจทย์ที่ทำได้ยากในเชิงวิศวกรรม หากรุ่นนี้มีการนำเข้ามาทำตลาดในประเทศที่มีการใช้งานสมบุกสมบันหรือเน้นความบันเทิงยาวนาน จะถือเป็นคู่แข่งที่น่ากลัวในเซกเมนต์ราคาหนึ่งหมื่นต้นๆ ครับ
source: gsmarena