ภายในงาน MWC 2026 ที่ผ่านมา HMD ได้ประกาศแผนการครั้งสำคัญที่จะยกระดับ "ฟีเจอร์โฟน" (มือถือปุ่มกด) ให้มีความสามารถใกล้เคียงกับสมาร์ทโฟนสมัยใหม่ เพื่อขยายโอกาสการเข้าถึงโลกดิจิทัลให้กับผู้ใช้งานทั่วโลก โดยเตรียมเพิ่มฟีเจอร์หลักอย่าง กระเป๋าเงินดิจิทัล, ผู้ช่วยอัจฉริยะ AI และระบบวิดีโอคอล ซึ่งบริการเหล่านี้จะเริ่มทยอยเปิดตัวตลอดปี 2026 โดยมีตลาดใหญ่อย่างประเทศอินเดียเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญ
หนึ่งในไฮไลต์คือ HMD Digital Wallet ที่จะช่วยให้การรับ โอน และเก็บเงินผ่านระบบชำระเงินท้องถิ่นเป็นไปอย่างปลอดภัย โดยบริการนี้พัฒนาภาใต้ความร่วมมือกับบริษัทฟินเทค Kivi3 และผู้เชี่ยวชาญด้านบล็อกเชนอย่าง Polygon Labs เน้นความปลอดภัยระดับตัวเครื่องด้วยการป้องกันผ่านรหัส PIN ซึ่งเตรียมจะเปิดใช้งานในอินเดียช่วงครึ่งแรกของปีนี้ ก่อนจะขยายขอบเขตการให้บริการไปยังภูมิภาคอื่นๆ ต่อไป

ด้านนวัตกรรม AI ทาง HMD ได้จับมือกับ Sarvam AI พัฒนาผู้ช่วยอัจฉริยะที่สั่งงานด้วยเสียงเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้ใช้ฟีเจอร์โฟน ไม่ว่าจะเป็นการสั่งให้โทรออก, ตั้งนาฬิกาปลุก หรือเปิดไฟฉาย รวมถึงยังสามารถใช้งาน AI Chat เพื่อสอบถามข้อมูลพื้นฐานได้ นอกจากนี้ยังมีโครงการนำร่อง AI Companion ที่พัฒนาร่วมกับ InTouch เพื่อเป็นเพื่อนคลายเหงาให้กับผู้สูงอายุ โดยจะเริ่มทดสอบในยุโรปเป็นแห่งแรกก่อนจะขยายผลไปทั่วโลก
นอกจากนี้ HMD ยังได้เปิดตัวแอปพลิเคชัน Xpress Chat ซึ่งจะเข้ามาทลายขีดจำกัดเดิมๆ ของมือถือปุ่มกด โดยรองรับการทำวิดีโอคอลผ่านกล้องหน้า รวมถึงการส่งข้อความเสียง, การแชทกลุ่ม และการแบ่งปันรูปภาพ ซึ่งถือเป็นการปรับปรุงประสบการณ์การสื่อสารครั้งใหญ่ที่ช่วยให้ผู้ใช้งานในพื้นที่ห่างไกลสามารถเชื่อมต่อกับโลกภายนอกได้สะดวกและมีประสิทธิภาพมากขึ้น
หมีเด้งวิเคราะห์: การทำลายกำแพงระหว่าง "ฟีเจอร์โฟน" และ "สมาร์ทโฟน" การเคลื่อนไหวของ HMD ในครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงกลยุทธ์การครองตลาดที่ชาญฉลาด โดยไม่ได้พยายามทำให้ทุกคนเปลี่ยนไปใช้สมาร์ทโฟนราคาแพง แต่เลือกที่จะนำ "บริการที่จำเป็น" มาใส่ในอุปกรณ์ที่ผู้คนคุ้นเคยและเข้าถึงง่าย บทวิเคราะห์มองว่าการนำ AI และ Blockchain มาใช้ในฟีเจอร์โฟนไม่ใช่แค่เรื่องของความเท่ แต่เป็นเรื่องของ "ความเท่าเทียมทางดิจิทัล" (Digital Inclusion) ซึ่งจะช่วยให้ประชากรในประเทศกำลังพัฒนาสามารถเข้าถึงระบบการเงินและการสื่อสารขั้นสูงได้โดยไม่มีกำแพงด้านราคาสินค้ามาขวางกั้น หาก HMD ทำสำเร็จ ฟีเจอร์โฟนจะไม่ได้เป็นเพียงแค่มือถือสำรองอีกต่อไป แต่จะเป็นอุปกรณ์อัจฉริยะราคาประหยัดที่เปลี่ยนชีวิตคนได้จริงๆ ครับ
source: gsmarena