หลังจากที่ Infinix ได้เผยโฉม Note 60 และ Note 60 Pro ไปเมื่อช่วงกลางเดือนกุมภาพันธ์ ล่าสุดแบรนด์ได้ส่งหมัดเด็ดรุ่นท็อปสุดอย่าง Infinix Note 60 Ultra Design by Pininfarina ออกมาเขย่าวงการ โดยรุ่นนี้ถือเป็นครั้งแรกที่ Pininfarina สำนักออกแบบรถยนต์ระดับตำนานจากอิตาลีหันมาออกแบบสมาร์ทโฟน และยังเป็นมือถือรุ่นแรกของโลกที่รองรับการโทรศัพท์ผ่านดาวเทียมแบบสองทาง (Two-way satellite calling) ในหลายประเทศ ไม่ใช่เพียงแค่การส่งข้อความเหมือนรุ่นอื่นๆ

งานดีไซน์ของ Note 60 Ultra ได้รับแรงบันดาลใจจากประวัติศาสตร์การออกแบบรถซูเปอร์คาร์เกือบศตวรรษของ Pininfarina ตัวเครื่องใช้เฟรมอลูมิเนียมอัลลอยด์ความแข็งแรงสูง ด้านหลังโดดเด่นด้วยโมดูลกล้องแบบ Uni-Chassis ที่ใช้กระจก Gorilla Glass Victus แผ่นเดียวครอบคลุมทั้งเลนส์กล้องและหน้าจอแบบ Dot-matrix พร้อมลูกเล่น "Floating Taillight" หรือไฟท้ายแบบลอยตัวที่จะเรืองแสงเมื่อเปิดเครื่องหรือมีแจ้งเตือนจำลองอารมณ์ของรถสปอร์ตหรู
ในด้านการถ่ายภาพ Infinix จัดเต็มด้วยกล้องหลักความละเอียด 200MP (เซนเซอร์ Samsung HPE ขนาด 1/1.4 นิ้ว) รองรับการซูมแบบไม่สูญเสียรายละเอียด 2 เท่า เสริมด้วยเลนส์ Periscope 50MP ที่ซูมแบบ Optical ได้ 3.5 เท่า และซูมในเซนเซอร์ได้ถึง 7 เท่า ปิดท้ายด้วยเลนส์ Ultra-wide มุมกว้าง 112 องศา นอกจากนี้ยังเป็นรุ่นแรกของแบรนด์ที่รองรับเทคโนโลยี Ultra HDR Capture และหน้าจอแสดงผลแบบ XDR ที่ประมวลผลผ่าน XDR Image Engine ที่พัฒนาขึ้นเอง
ขุมพลังภายในใช้ชิปเซ็ต MediaTek Dimensity 8400 (สถาปัตยกรรม 4 นาโนเมตร) ที่ใช้โครงสร้าง CPU แบบ All-big-core ทั้งหมด มาพร้อม RAM 12GB และหน่วยความจำ 256GB ติดตั้งระบบระบายความร้อน 3D IceCore เพื่อควบคุมอุณหภูมิ ตัวเครื่องรันบน Android 16 (XOS 16) ตั้งแต่แกะกล่อง โดยการันตีการอัปเดตระบบปฏิบัติการ 3 เวอร์ชัน และแพตช์ความปลอดภัยยาวนานถึง 5 ปี
.jpg)
หน้าจอแสดงผลเป็นพาเนล OLED ขนาด 6.78 นิ้ว ความละเอียด 1.5K ที่ให้อัตรารีเฟรชเรตสูงถึง 144Hz และทำความสว่างได้สูงสุดถึง 4,500 nits ปกป้องด้วยกระจก Gorilla Glass 7i พร้อมมาตรฐานกันน้ำกันฝุ่นระดับ IP64 ในส่วนของระบบเสียง Infinix ยังคงร่วมมือกับ JBL เพื่อมอบประสบการณ์เสียงแบบสเตอริโอ 360 องศาที่สมจริง
อีกหนึ่งนวัตกรรมที่น่าทึ่งคือแบตเตอรี่แบบ Silicon-carbon ความจุสูงถึง 7,000mAh ที่มาพร้อมเทคโนโลยี Self-healing หรือการซ่อมแซมตัวเองที่สามารถฟื้นฟูความจุแบตเตอรี่ได้ 1% ทุกๆ 200 รอบการชาร์จ ตัวเครื่องรองรับชาร์จไวแบบสาย 100W (ชาร์จเต็มใน 48 นาที) และชาร์จไร้สาย 50W ผ่านระบบ MagCharge ซึ่ง Infinix ใจดีแถมอุปกรณ์ชาร์จไร้สายดีไซน์ซูเปอร์คาร์มาให้ครบชุดภายในกล่อง

Infinix Note 60 Ultra เปิดตัวมาใน 4 สีที่สะท้อนถึงสนามแข่งและเมืองในอิตาลี ได้แก่ ดำ Torino Black, แดง Monza Red, ฟ้า Amalfi Blue และเงิน Roma Silver โดยเปิดราคาในประเทศมาเลเซียที่ 3,000 ริงกิต (ประมาณ 23,000 บาท) ซึ่งถือเป็นระดับราคาที่น่าสนใจมากเมื่อเทียบกับนวัตกรรมและของแถมสุดพรีเมียมที่มีมาให้ในกล่องแบบจัดเต็ม

หมีเด้งวิเคราะห์: การก้าวข้ามขีดจำกัดจากแบรนด์คุ้มค่าสู่ "พรีเมียมล้ำสมัย" การเปิดตัว Note 60 Ultra ในครั้งนี้เป็นการพิสูจน์ว่า Infinix ไม่ได้ต้องการเป็นเพียงแบรนด์มือถือราคาประหยัดอีกต่อไป แต่กำลังท้าชนเจ้าตลาดด้วย "นวัตกรรมที่ทำได้จริง" บทวิเคราะห์มองว่าการดึง Pininfarina มาร่วมงานไม่ได้เป็นเพียงแค่เรื่องของความสวยงาม แต่เป็นการสร้างอัตลักษณ์ใหม่ที่ชัดเจน แตกต่างจากแบรนด์จีนรายอื่นที่มักร่วมมือกับแบรนด์กล้อง การนำระบบโทรผ่านดาวเทียมและแบตเตอรี่ Silicon-carbon 7,000mAh มาใส่ในเครื่องที่มีดีไซน์โฉบเฉี่ยว คือการแสดงศักยภาพทางวิศวกรรมที่เหนือชั้น หาก Infinix สามารถทำราคาในตลาดโลกได้ใกล้เคียงกับมาเลเซีย รุ่น Ultra นี้จะกลายเป็นม้ามืดที่เขย่าบัลลังก์เรือธงรุ่นท็อปของแบรนด์ใหญ่ได้อย่างแน่นอนครับ
source: gsmarena