แม้ว่าทาง Samsung จะยังไม่ได้ประกาศวันเปิดตัวอย่างเป็นทางการสำหรับสมาร์ทโฟนระดับกลางยอดนิยมรุ่นใหม่อย่าง Galaxy A37 และ Galaxy A57 แต่ล่าสุดได้มีข้อมูลหลุดที่เผยให้เห็นถึงตัวเลือกสีสันและราคาจำหน่ายที่ดูเหมือนจะมีการปรับเพิ่มขึ้นจากรุ่นก่อนหน้า โดยภาพเรนเดอร์ที่ถูกแชร์ออกมาแสดงให้เห็นถึงดีไซน์ที่ยังคงเอกลักษณ์ความเรียบง่ายตามแบบฉบับของตระกูล A Series ในปี 2026
.jpg)
.jpg)
.jpg)
.jpg)
สำหรับรุ่นพี่อย่าง Galaxy A57 คาดว่าจะเปิดตัวด้วยตัวเลือกสีที่หลากหลาย ได้แก่ สีดำ (Charcoal), ฟ้าอ่อน (Icyblue), ม่วงอ่อน (Lilac) และน้ำเงินเข้ม (Navy) นอกจากนี้ยังมีข่าวลือว่าอาจจะมีสีเทา (Grey) เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกเพิ่มเติม ในด้านสเปกตัวเครื่องคาดว่าจะมาพร้อมกับหน้าจอ AMOLED ขนาด 6.6 นิ้ว ขับเคลื่อนด้วยชิปเซ็ต Exynos 1680 พร้อมระบบกล้องหลัง 3 ตัว และแบตเตอรี่ความจุ 5,000mAh
ทางด้านรุ่นน้องอย่าง Galaxy A37 จะเน้นความคุ้มค่าแต่มาพร้อมหน้าจอที่ใหญ่กว่าเล็กน้อยที่ขนาด 6.7 นิ้วแบบ AMOLED โดยมีภาพหลุดสีสันตัวเครื่องออกมา 4 สี ได้แก่ สีดำ (Charcoal), เขียวเทา (Greygreen), ม่วงลาเวนเดอร์ (Lavender) และขาว (White) สเปกภายในคาดว่าจะใช้ชิปเซ็ต Exynos 1480 ซึ่งเป็นชิปประสิทธิภาพดีจากรุ่นปีที่แล้ว พร้อมกล้องหลัง 3 ตัวและแบตเตอรี่ 5,000mAh เช่นเดียวกัน

สิ่งที่น่าสนใจและสร้างความฮือฮาคือข้อมูลราคาจากเว็บไซต์ตัวแทนจำหน่ายในยุโรป โดย Galaxy A57 ถูกระบุว่าจะมีราคาเริ่มต้นที่ €539 (ประมาณ 20,900 บาท) สำหรับรุ่นความจุ 8GB/128GB และขยับขึ้นไปถึง €609 (ประมาณ 23,600 บาท) สำหรับรุ่น 8GB/256GB ซึ่งถือว่าเป็นการปรับฐานราคาขึ้นมาอยู่ในระดับที่ค่อนข้างสูงสำหรับสมาร์ทโฟนตระกูล A5x
ในขณะที่ Galaxy A37 รุ่นรองลงมา ถูกตั้งราคาไว้ที่ €439 (ประมาณ 17,000 บาท) สำหรับรุ่น 6GB/128GB และ €539 (ประมาณ 20,900 บาท) สำหรับรุ่น 8GB/256GB โดยราคาในโซนยุโรปมักจะรวมภาษีมูลค่าเพิ่มไว้แล้ว ซึ่งเมื่อเข้าไทยราคามักจะต่ำกว่านี้เล็กน้อย แต่ก็นับว่าเป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่า Samsung กำลังขยับกลุ่มผลิตภัณฑ์ Galaxy A ให้มีความพรีเมียมและมีราคาสูงขึ้นกว่าเดิม
หมีเด้งวิเคราะห์: กลยุทธ์การผลักดันราคาเข้าสู่ตลาด Semi-Premium การปรับขึ้นราคาของ Galaxy A37 และ A57 ในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงกลยุทธ์ของ Samsung ที่พยายามยกระดับสมาร์ทโฟนระดับกลางให้มีความใกล้เคียงกับรุ่นเรือธงมากขึ้น บทวิเคราะห์มองว่าการเลือกใช้ชิปเซ็ตตระกูล Exynos รุ่นใหม่ที่รองรับฟีเจอร์ AI และการปรับปรุงวัสดุงานประกอบ อาจเป็นเหตุผลหลักที่ทำให้ต้นทุนสูงขึ้น อย่างไรก็ตาม ราคาที่ขยับขึ้นไปแตะระดับ 20,000 บาท อาจทำให้ Galaxy A57 ต้องเผชิญกับการแข่งขันที่ดุเดือดจากแบรนด์จีนที่มักจะให้สเปกแรงกว่าในราคาเดียวกัน หรือแม้กระทั่งการทับซ้อนกับรุ่นเรือธงปีก่อนหน้า (Galaxy S Series) ของตัวเองที่ลดราคาลงมา ซึ่ง Samsung จำเป็นต้องพิสูจน์ให้ผู้บริโภคเห็นว่าซอฟต์แวร์และการสนับสนุนระยะยาวนั้นคุ้มค่ากับราคาที่จ่ายเพิ่มครับ
source: gsmarena