Tecno เสริมทัพซีรีส์ยอดฮิตด้วยสมาชิกใหม่ล่าสุดอย่าง Tecno Camon 50 Pro 5G ที่ถอดแบบดีไซน์และความพรีเมียมมาจากรุ่นพี่อย่าง Camon 50 Ultra โดยขับเคลื่อนด้วยขุมพลัง MediaTek Dimensity 7400 Ultimate รุ่นล่าสุด จับคู่กับ RAM สูงสุด 12GB และหน่วยความจำ 256GB นอกจากนี้ยังมีการอัปเกรดครั้งสำคัญด้วยการติดตั้งแบตเตอรี่ขนาดมหึมาถึง 6,500mAh พร้อมรองรับระบบชาร์จไว 45W เพื่อการใช้งานที่ยาวนานต่อเนื่องในทุกกิจกรรม

ในด้านการแสดงผล Camon 50 Pro 5G มาพร้อมหน้าจอ AMOLED ขอบโค้งขนาด 6.78 นิ้ว ความละเอียดระดับ 1.5K มอบความลื่นไหลด้วยอัตรารีเฟรชเรต 144Hz ภายใต้หน้าจอมีระบบสแกนลายนิ้วมือแบบ Optical และกล้องหน้าความละเอียดสูงถึง 50MP เพื่อเอาใจสายเซลฟี่และคอนเทนต์ครีเอเตอร์ ส่วนตัวเครื่องมีความทนทานสูงด้วยมาตรฐานกันน้ำกันฝุ่นระดับ IP68 และ IP65K และรันบนระบบปฏิบัติการล่าสุดอย่าง Android 16 ตั้งแต่แกะกล่อง

กล้องหลังถือเป็นหัวใจสำคัญของรุ่นนี้ โดยมาพร้อมระบบกล้อง 3 ตัวที่จัดเต็ม กล้องหลักใช้เซนเซอร์ Sony LYT700C (1/1.56") ความละเอียด 50MP พร้อมระบบกันสั่น OIS เสริมทัพด้วยเลนส์ Telephoto 50MP ที่รองรับการซูมแบบ Optical 3 เท่า และเลนส์ Ultrawide ความละเอียด 8MP ช่วยให้การถ่ายภาพในทุกระยะมีความคมชัดและสวยงามเสมือนใช้กล้องมือโปร

Tecno Camon 50 Pro 5G เปิดตัวด้วยตัวเลือก 4 เฉดสีพรีเมียม ได้แก่ ดำ Moonshadow Black, เขียว Cypress Green, ไทเทเนียม Nebula Titanium และม่วง Misty Purple โดยเริ่มเปิดให้สั่งจองล่วงหน้าแล้วในประเทศอินโดนีเซีย ราคาเริ่มต้นสำหรับรุ่น 8GB/256GB อยู่ที่ 5,599,000 รูเปียห์ (ประมาณ 12,500 บาท) และจะเริ่มส่งมอบเครื่องในวันที่ 26 มีนาคมนี้ ขณะที่รุ่น Ultra สเปกใกล้เคียงกันเตรียมบุกตลาดยุโรปในเร็วๆ นี้ด้วยราคาเริ่มต้นประมาณ 400 ยูโร

หมีเด้งวิเคราะห์: การเขย่าตลาด Mid-range ด้วยสเปกที่สมดุลระหว่าง "กล้อง" และ "พลังงาน" Tecno Camon 50 Pro 5G เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของการทำสมาร์ทโฟนแบบ "ครบเครื่อง" ในราคาที่เข้าถึงได้ บทวิเคราะห์มองว่าการเลือกใช้ชิป Dimensity 7400 Ultimate ร่วมกับเซนเซอร์กล้องชั้นนำจาก Sony และเลนส์เทเลโฟโต้ของจริง (ไม่ใช่แค่เลนส์ประดับ) คือจุดแข็งที่ท้าชนเจ้าตลาดได้โดยตรง นอกจากนี้การให้แบตเตอรี่มาถึง 6,500mAh ในขณะที่ยังรักษางานดีไซน์ขอบโค้งที่สวยงามไว้ได้ แสดงให้เห็นถึงการพัฒนาด้านวิศวกรรมที่ยอดเยี่ยม หาก Tecno สามารถทำราคาในไทยได้ใกล้เคียงกับอินโดนีเซีย รุ่นนี้จะกลายเป็นคู่แข่งที่น่ากลัวที่สุดในกลุ่มราคาหมื่นต้นๆ ทันทีครับ
source: gsmarena