แม้ว่า iPhone 17e จะเพิ่งเปิดตัวไปไม่ถึงสัปดาห์ แต่กระแสข่าวลือของทายาทรุ่นถัดไปอย่าง iPhone 19e ก็เริ่มหลุดออกมาให้เห็นกันแล้ว โดยคาดว่าสมาร์ทโฟนรุ่นนี้จะเปิดตัวในช่วงต้นปี 2028 และจุดเปลี่ยนสำคัญที่แฟนๆ รอคอยคือการนำหน้าจอเทคโนโลยี ProMotion หรือหน้าจอที่มีอัตราการรีเฟรชเรตแบบแปรผันมาใช้งาน ซึ่งถือเป็นก้าวกระโดดครั้งสำคัญของไลน์อัปราคาประหยัดอย่างซีรีส์ "e" ที่ปัจจุบันยังคงถูกจำกัดไว้ที่หน้าจอ 60Hz เท่านั้น
รายงานจากสื่อเกาหลีใต้อย่าง ZDNet Korea ระบุว่าขณะนี้ Apple กำลังซุ่มพัฒนาเทคโนโลยีหน้าจอใหม่ในชื่อ LTPO+ ซึ่งเป็นการใช้ชิ้นส่วนวัสดุออกไซด์ทั้งในส่วนของทรานซิสเตอร์สำหรับสลับสัญญาณและขับเคลื่อนหน้าจอ ส่งผลให้การจัดการพลังงานมีประสิทธิภาพสูงขึ้นกว่าเดิม และมีการตอบสนองของหน้าจอที่รวดเร็วแม่นยำยิ่งขึ้น เพื่อรองรับการแสดงผลที่ซับซ้อนในอุปกรณ์รุ่นใหม่ๆ ในอนาคต
.jpg)
ตามแผนการพัฒนา เทคโนโลยีหน้าจอ LTPO+ รุ่นใหม่นี้จะถูกนำมาประเดิมใช้งานใน iPhone 18 Pro series รวมถึง iPhone Air รุ่นถัดไป และ iPhone จอพับ (ชื่ออย่างไม่เป็นทางการ คือ iPhone Fold) เป็นกลุ่มแรก ซึ่งหากการนำไปใช้งานในรุ่นไฮเอนด์เหล่านี้ประสบความสำเร็จ Apple ก็มีแผนที่จะส่งต่อเทคโนโลยีหน้าจอ LTPO แบบมาตรฐานลงมาสู่รุ่นที่ย่อมเยากว่าอย่าง iPhone 19e เพื่อยกระดับประสบการณ์การใช้งานให้ลื่นไหลทัดเทียมกับรุ่นพี่
อย่างไรก็ตาม ยังคงมีความไม่แน่นอนเกี่ยวกับรายละเอียดเชิงลึกว่า ProMotion ในรุ่น 19e จะมีความสามารถในระดับใด เนื่องจากหน้าจอ ProMotion ของ Apple ในแต่ละรุ่นมีสเปกที่ต่างกัน ตัวอย่างเช่นใน iPhone 13 Pro สามารถปรับรีเฟรชเรตได้ตั้งแต่ 10Hz ถึง 120Hz ขณะที่ iPhone 14 Pro ขึ้นไปสามารถลดระดับลงไปได้ต่ำสุดถึง 1Hz เพื่อการประหยัดพลังงานสูงสุด ดังนั้นผู้บริโภคจึงต้องลุ้นกันว่า Apple จะใจป้ำใส่สเปกตัวท็อปมาให้ในรุ่นประหยัดเลยหรือไม่
หมีเด้งวิเคราะห์: กลยุทธ์การขยับสเปก "จอ" เพื่อรักษาฐานลูกค้าในยุค 120Hz มาตรฐาน การที่ Apple มีข่าวว่าจะขยับหน้าจอ iPhone 19e มาเป็น LTPO 120Hz ในปี 2028 สะท้อนให้เห็นว่า Apple เริ่มตระหนักถึงการแข่งขันที่รุนแรงจากฝั่ง Android ที่แม้แต่รุ่นเริ่มต้นราคาหลักพันก็ให้จอ 120Hz มาเป็นมาตรฐานแล้ว บทวิเคราะห์มองว่าการปล่อยให้ซีรีส์ราคาประหยัดค้างอยู่ที่ 60Hz นานเกินไปอาจส่งผลเสียต่อภาพลักษณ์แบรนด์ในระยะยาว การนำ ProMotion มาใช้นอกจากจะช่วยเรื่องความลื่นไหลแล้ว ยังเป็นจิ๊กซอว์สำคัญที่จะทำให้ฟีเจอร์อย่าง Always-On Display สามารถใช้งานในรุ่นประหยัดได้จริง ซึ่งจะช่วยกระตุ้นยอดขายในกลุ่มผู้ใช้ที่ต้องการความคุ้มค่าแต่ยังอยากได้ฟีเจอร์ระดับพรีเมียม
source: gsmarena