รายงานล่าสุดจาก Ookla เปิดเผยดัชนีความสำเร็จที่น่าสนใจของ iPhone Air โดยระบุว่าสามารถทำยอดขายได้สูงกว่า iPhone 16 Plus (รุ่นที่ถูกตัดออกไป) ถึงสองเท่า โดย iPhone Air ครองส่วนแบ่งยอดขายในตระกูล iPhone 17 ได้ถึง 6.8% ในขณะที่ iPhone 16 Plus เคยทำไว้เพียง 2.9% เท่านั้น นอกจากนี้ความนิยมของ iPhone 17 รุ่นมาตรฐานยังเพิ่มขึ้นเป็น 7% ส่งผลให้ส่วนแบ่งยอดขายของรุ่น Pro และ Pro Max ลดลงเล็กน้อย ซึ่งวิเคราะห์ได้ว่าผู้บริโภคบางส่วนที่เคยเลือกซื้อรุ่น Pro ได้เปลี่ยนใจหันมาเลือกความบางเบาของรุ่น Air แทน
.jpg)
แม้ข้อมูลนี้จะอ้างอิงจากกลุ่มตัวอย่างผู้ใช้งานแอปพลิเคชัน Speedtest ซึ่งไม่ใช่ตัวเลขอย่างเป็นทางการจาก Apple แต่ก็สะท้อนให้เห็นว่ากลยุทธ์การชูจุดเด่นเรื่อง "ความบาง" นั้นได้ผลกว่าการทำรุ่น Plus ในอดีตอย่างมาก เนื่องจาก iPhone Air มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่ชัดเจน (Unique Selling Point) แตกต่างจากรุ่น Plus ที่เป็นเพียงแค่ iPhone รุ่นปกติที่มีหน้าจอใหญ่ขึ้นเท่านั้น ยิ่งไปกว่านั้นในตลาดสหรัฐฯ iPhone Air ยังทำสถิติยอดผู้ใช้งานทิ้งห่างคู่แข่งอย่าง Samsung Galaxy S25 Edge ถึง 3 ต่อ 1 ส่วนในยุโรปอย่างอังกฤษและเยอรมนีนั้น S25 Edge กลับมีส่วนแบ่งไม่ถึง 1% เสียด้วยซ้ำ
อีกหนึ่งความสำเร็จทางเทคโนโลยีคือการเปิดตัวชิปโมเด็ม Apple C1X ที่ติดตั้งอยู่ใน iPhone Air ซึ่ง Ookla ระบุว่าได้ก้าวข้ามขีดจำกัดด้านประสิทธิภาพมาถึงจุดที่สามารถเทียบเคียงกับโมเด็ม Snapdragon X80 ของ Qualcomm ได้แล้วในสถานการณ์การใช้งานจริง โดยเฉพาะความเร็วในการดาวน์โหลดที่ใกล้เคียงกันมากทั่วโลก ซึ่งถือเป็นการพัฒนาแบบก้าวกระโดดจากโมเด็มรุ่นแรกอย่าง C1 (ที่เปิดตัวใน iPhone 16e) ซึ่งมีความเร็วค่อนข้างต่ำ การอัปเกรดนี้ช่วยเปลี่ยนภาพลักษณ์จากการเป็นผู้ตามในด้านการสื่อสาร มาเป็นพันธมิตรที่ทัดเทียมกับยักษ์ใหญ่ในวงการได้อย่างสง่างาม

หมีเด้งวิเคราะห์: เมื่อความบางคือ "ความหรูหราใหม่" และอิสรภาพจาก Qualcomm การแจ้งเกิดของ iPhone Air คือเครื่องยืนยันว่า "ความรู้สึกในการพกพา" มีมูลค่าทางจิตวิทยามากกว่า "ความใหญ่ของหน้าจอ" สำหรับกลุ่มผู้ใช้ระดับแมส บทวิเคราะห์มองว่า Apple แก้โจทย์เรื่องรุ่นที่มักถูกลืม (Middle-child) ได้ถูกจุด โดยเปลี่ยนรุ่นที่น่าเบื่อให้กลายเป็นรุ่นที่เน้นแฟชั่นและเทคโนโลยีที่บางเฉียบ แต่สิ่งที่น่ากลัวที่สุดสำหรับคู่แข่งไม่ใช่แค่ดีไซน์ แต่คือชิปโมเด็ม C1X หาก Apple สามารถลดการพึ่งพา Qualcomm ได้สำเร็จและทำประสิทธิภาพได้ทัดเทียมกันจริง Apple จะมีอำนาจต่อรองและกำไรต่อหน่วยที่สูงขึ้นมหาศาล และอาจหมายถึงจุดเริ่มต้นของการครองระบบนิเวศการสื่อสารด้วยเทคโนโลยีของตนเองอย่างเบ็ดเสร็จในอนาคต
source: gsmarena