vivo ประกาศเปิดตัว vivo X300s อย่างเป็นทางการเพื่อเข้ามาอุดช่องว่างระหว่างรุ่นมาตรฐานที่มีขนาดกะทัดรัดและรุ่น Pro ที่มีราคาสูง โดย X300s มาพร้อมหน้าจอ OLED ขนาด 6.78 นิ้ว ความละเอียด 1,260 x 2,800 พิกเซล ผลิตโดย BOE (รุ่น Q10 Plus) รองรับอัตรารีเฟรชเรตแบบ LTPO 144Hz และแสดงผลสีได้ถึง 10-bit ซึ่งสเปกหน้าจอนี้แทบจะถอดแบบมาจากรุ่น Pro ทั้งหมด ขาดเพียงการรองรับ Dolby Vision เท่านั้น โดยเปิดราคาเริ่มต้นในจีนที่ 5,000 หยวน (ประมาณ 25,000 บาท)
.jpg)
จุดเด่นที่ทำให้ X300s แตกต่างจากรุ่น Pro คือการสลับตำแหน่งเซนเซอร์กล้อง โดยรุ่นนี้เลือกใช้กล้องหลักความละเอียดสูงถึง 200MP (เซนเซอร์ Samsung HPB ขนาด 1/1.4 นิ้ว) พร้อมเลนส์ Zeiss f/1.68 ในขณะที่เลนส์เทเลโฟโต้มีความละเอียด 50MP (เซนเซอร์ Sony Lytia 602) และเลนส์ Ultra-wide 50MP ซึ่งเป็นการปรับกลยุทธ์จากรุ่น Pro ที่เน้นกล้องหลัก 50MP และไปใช้เซนเซอร์ 200MP ในเลนส์ซูมแทน นอกจากนี้ยังมีอุปกรณ์เสริมอย่าง Photographer Kit ที่มาพร้อมเลนส์ Teleconverter Zeiss G2 ช่วยเพิ่มระยะซูมเทียบเท่าทางยาวโฟกัส 200 มม. ให้ใช้งานอีกด้วย

ทางด้านขุมพลัง vivo X300s ขับเคลื่อนด้วยชิปเซ็ต Dimensity 9500 พร้อมระบบระบายความร้อนขนาดใหญ่และชิปประมวลผลภาพ V3+ จับคู่กับ RAM LPDDR5X สูงสุด 16GB และหน่วยความจำภายใน UFS 4.1 สูงสุดถึง 1TB ที่น่าประทับใจคือการติดตั้งแบตเตอรี่เทคโนโลยี Silicon-Carbon (Si/C) เจนเนอเรชั่นที่ 4 ขนาดใหญ่ถึง 7,100mAh ซึ่งถือว่ามีความจุมากกว่ารุ่น Pro ในบางโมเดล รองรับการชาร์จไวแบบสาย 90W และชาร์จไร้สาย 40W


ด้านความทนทานและการเชื่อมต่อ ตัวเครื่องได้รับมาตรฐานกันน้ำกันฝุ่นระดับ IP68 และ IP69 ซึ่งถือเป็นระดับสูงสุดในปัจจุบัน พร้อมอัปเกรดพอร์ตเชื่อมต่อเป็น USB-C 3.2 Gen 1 เพื่อการถ่ายโอนข้อมูลที่รวดเร็วขึ้นกว่ารุ่นก่อนหน้า นอกจากนี้ยังติดตั้งระบบสแกนลายนิ้วมือแบบ Ultrasonic ใต้หน้าจอ ลำโพงคู่ระบบ 1511 และมอเตอร์สั่นที่ให้การตอบสนองแบบ Haptic ได้รุนแรงและแม่นยำถึง 1.1Grms โดยจะเริ่มวางจำหน่ายจริงในจีนวันที่ 3 เมษายน 2026 นี้ มีให้เลือก 4 สี ได้แก่ Titanium Black, Silver, Dream Core Purple และ Film Green


หมีเด้งวิเคราะห์: กลยุทธ์ "Balanced Flagship" ที่เน้นความคุ้มค่าและพลังงาน การเปิดตัว vivo X300s คือการเดินหมากที่ชาญฉลาดในการดึงดูดกลุ่มผู้ใช้งานที่ต้องการ "ความสุด" ในบางด้านแต่มีงบจำกัด บทวิเคราะห์มองว่าการเลือกใช้กล้องหลัก 200MP บนเซนเซอร์ขนาด 1/1.4 นิ้ว แม้จะดูเป็นตัวเลขที่สูงกว่ารุ่น Pro แต่ในเชิงคุณภาพแสงอาจจะยังเป็นรองเซนเซอร์ Lytia 828 ที่มีขนาดใหญ่กว่าในรุ่น Pro อย่างไรก็ตาม การให้แบตเตอรี่มาถึง 7,100mAh ในบอดี้ที่ทันสมัยคือจุดขายที่ทรงพลังที่สุด เพราะในปัจจุบันผู้ใช้งานให้ความสำคัญกับความอึดของแบตเตอรี่พอๆ กับกล้องถ่ายภาพ หาก vivo ตัดสินใจนำรุ่นนี้มาจำหน่ายในตลาด Global มันอาจจะเป็นรุ่นที่ขายดีที่สุดในตระกูลเพราะสเปกที่ "สมดุล" ระหว่างราคาและความสามารถ
source: gsmarena