Oppo เตรียมรุกตลาดแท็บเล็ตระดับไฮเอนด์ด้วยการส่ง Oppo Pad 5 Pro ลงสนาม โดยล่าสุดข้อมูลตัวเครื่องได้หลุดปรากฏบนฐานข้อมูลของ China Telecom ก่อนกำหนดการเปิดตัวอย่างเป็นทางการในวันที่ 21 เมษายน 2026 นี้ ซึ่งงานเปิดตัวครั้งใหญ่จะจัดขึ้นในประเทศจีนพร้อมกับผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ในเครือ อาทิ Find X9 Ultra, Find X9s Pro, Pad Mini และหูฟัง Enco R5 โดยการปรากฏตัวครั้งนี้ช่วยยืนยันความพร้อมของ Oppo ในการท้าชนคู่แข่งในตลาดแท็บเล็ตจอใหญ่
ตามข้อมูลระบุว่า Oppo Pad 5 Pro จะมาพร้อมกับหน้าจอขนาดมหึมาถึง 13.2 นิ้ว ความละเอียด 1920 x 1200 พิกเซล ในอัตราส่วน 16:9 ซึ่งเหมาะสำหรับการใช้งานด้านความบันเทิงและมัลติมีเดียเป็นหลัก ตัวเครื่องขับเคลื่อนด้วยชิปเซ็ตรุ่นท็อปสุดอย่าง Qualcomm Snapdragon 8 Elite Gen 5 และทำงานบนระบบปฏิบัติการรุ่นใหม่ล่าสุดอย่าง Android 16 ซึ่งบ่งบอกชัดเจนว่าแท็บเล็ตรุ่นนี้ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับการประมวลผลที่หนักหน่วงและการใช้งานระดับมืออาชีพ

ในส่วนของพลังงาน แท็บเล็ตเรือธงรุ่นนี้อัดแบตเตอรี่มาให้จุใจถึง 13,380mAh เพื่อรองรับการใช้งานที่ยาวนานตลอดวัน โดยข้อมูลระบุว่าการชาร์จจาก 0-100% จะใช้เวลาประมาณ 120 นาที ซึ่งมีความเป็นไปได้สูงว่าจะรองรับเทคโนโลยีชาร์จไวที่ระดับ 80W นอกจากนี้ ตัวเครื่องยังมีดีไซน์ที่เน้นความเพรียวบาง โดยมีความหนาเพียง 5.94 มม. และน้ำหนักประมาณ 672 กรัม ทำให้ยังคงความคล่องตัวในการพกพาแม้จะมีหน้าจอขนาดใหญ่
สำหรับรุ่นย่อยและหน่วยความจำ Oppo จัดเต็มด้วยตัวเลือกที่หลากหลายตั้งแต่ RAM 8GB ไปจนถึง 16GB และพื้นที่เก็บข้อมูลสูงสุด 512GB โดยจะวางจำหน่ายในรุ่น WiFi-only (ไม่รองรับซิมการ์ด) มาพร้อมกับ 3 เฉดสีพรีเมียม ได้แก่ Dawn Gold (ทอง), Mocha Brown (น้ำตาลโมก้า) และ Monet Purple (ม่วง) ด้านกล้องถ่ายภาพมีการระบุถึงกล้องหลังความละเอียด 13MP ส่วนรายละเอียดของกล้องหน้านั้นยังไม่มีการเปิดเผยออกมาในฐานข้อมูลชุดนี้

หมีเด้งวิเคราะห์: การสร้างสมดุลระหว่าง "สถานีความบันเทิง" และ "เครื่องมือทำงาน" การเปิดตัว Oppo Pad 5 Pro ด้วยหน้าจอขนาด 13.2 นิ้วและชิป Snapdragon 8 Elite สะท้อนถึงกลยุทธ์ของ Oppo ที่ต้องการดึงกลุ่มลูกค้าที่มองหาอุปกรณ์ทดแทนแล็ปท็อปในบางมิติ บทวิเคราะห์มองว่าการเลือกใช้อัตราส่วนหน้าจอ 16:9 และการให้แบตเตอรี่ความจุสูงถึง 13,380mAh เป็นการเน้นย้ำว่าแท็บเล็ตรุ่นนี้คือ "King of Multimedia" อย่างแท้จริง อย่างไรก็ตาม การที่ยังไม่มีข้อมูลกล้องหน้า (ซึ่งสำคัญต่อการประชุมงาน) และการจำกัดเฉพาะรุ่น WiFi อาจเป็นข้อสังเกตว่า Oppo ต้องการวางตำแหน่งสินค้าตัวนี้ให้เป็นอุปกรณ์หลักภายในบ้านหรือสำนักงานมากกว่าการเป็นอุปกรณ์พกพาสำหรับสายลุยนอกสถานที่
source: gizmochina