Huawei ประกาศเปิดตัวสมาร์ทวอทช์เจนเนอเรชั่นที่ 5 ในตระกูล Huawei Watch Fit 5 และ Watch Fit 5 Pro อย่างยิ่งใหญ่ภายในงานอีเวนต์ล่าสุดที่ประเทศจีน ร่วมกับผลิตภัณฑ์เรือธงอื่น ๆ โดยรุ่นใหม่นี้ยังคงเอกลักษณ์หน้าปัดทรงเหลี่ยมที่คุ้นเคย แต่ได้รับการอัปเกรดวัสดุและหน้าจอให้ล้ำสมัยยิ่งขึ้น โดยเฉพาะรุ่น Pro ที่มาพร้อมขอบหน้าจอที่บางลง ทำให้สามารถบรรจุหน้าจอ AMOLED ขนาดใหญ่ถึง 1.92 นิ้ว คลุมด้วยกระจกแซฟไฟร์ 2.5D และทำความสว่างสูงสุดได้ถึง 3,000 nits มั่นใจได้ว่าสู้แสงแดดจัดได้สบาย ส่วนรุ่นมาตรฐานจะมีหน้าจอขนาด 1.82 นิ้ว พร้อมความสว่าง 2,500 nits

ในด้านวัสดุและการออกแบบ ทั้งสองรุ่นใช้เฟรมตัวเครื่องอลูมิเนียมที่แข็งแกร่ง แต่ความพิเศษของ Watch Fit 5 Pro คือการเพิ่มขอบตัวเรือนที่ทำจากวัสดุ ไทเทเนียม มอบความหรูหราและทนทานในระดับพรีเมียม ทั้งสองเวอร์ชันยังคงมีปุ่มควบคุม 2 ตำแหน่งที่ฝั่งขวา ได้แก่ เม็ดมะยมดิจิทัล (Digital Crown) และปุ่มทางลัดสำหรับการเข้าถึงฟังก์ชันต่าง ๆ ได้อย่างรวดเร็ว พร้อมรองรับโหมด Always-On Display (AOD) ที่ปรับปรุงใหม่ให้แสดงผลได้สวยงามตลอดเวลา

ระบบตรวจวัดสุขภาพได้รับการยกระดับด้วยโมดูลวัดอัตราการเต้นของหัวใจแบบ 6 LED และ 6 PPG พร้อมเซนเซอร์วัดอุณหภูมิผิวหนัง โดยรุ่น Pro จะมีความสามารถเหนือกว่าด้วยการรองรับการตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (ECG) และเซนเซอร์วัดความลึก นอกจากนี้ในด้านการกันน้ำ ทั้งคู่ได้รับมาตรฐาน 5 ATM แต่รุ่น Pro จะได้รับการรับรองพิเศษสำหรับการดำน้ำแบบตัวเปล่า (Freediving) ได้ลึกถึง 40 เมตร ซึ่งเป็นฟีเจอร์ที่มักจะพบในสมาร์ทวอทช์รุ่นท็อปเท่านั้น

สำหรับการติดตามกิจกรรมและฟีเจอร์อัจฉริยะ Huawei ได้อัปเกรดโหมดการปั่นจักรยานให้มีความละเอียดมากขึ้นเทียบเท่ากับซีรีส์ Watch GT 6 Pro พร้อมระบบระบุตำแหน่ง GNSS แบบสองคลื่นความถี่ (Dual-band) เพื่อความแม่นยำในการระบุพิกัด ตัวนาฬิกายังติดตั้งไมโครโฟนและลำโพงมาในตัว โดยเพิ่มฟังก์ชันเครื่องบันทึกเสียง (Recorder) ช่วยให้ผู้ใช้สามารถจดบันทึกการประชุมหรือไอเดียต่าง ๆ ได้ทันทีจากข้อมือ รองรับการเชื่อมต่อ Bluetooth 6.0 และ NFC (ในเวอร์ชันที่วางจำหน่ายในจีน)
อายุการใช้งานแบตเตอรี่ถือเป็นจุดเด่นที่ Huawei ยังคงรักษามาตรฐานไว้ได้ดี โดยทั้งสองรุ่นสามารถใช้งานได้นานถึง 7 วันสำหรับการใช้งานปกติ และลากยาวไปได้ถึง 10 วันหากใช้งานน้อยลง ส่วนในโหมด AOD จะสามารถใช้งานได้ประมาณ 4 วันต่อการชาร์จหนึ่งครั้งผ่านสายชาร์จแถบแม่เหล็ก Watch Fit 5 มีให้เลือก 5 สี (ม่วง, เขียว, ขาว, ดำ, เงิน) ราคาเปิดตัว 1,099 หยวน (ประมาณ 5,600 บาท) ส่วน Watch Fit 5 Pro มี 3 สี (ดำ, ขาว, ส้ม) ราคาเริ่มต้น 2,199 หยวน (ประมาณ 11,200 บาท) โดยจะเริ่มวางจำหน่ายในจีนวันที่ 29 เมษายนนี้

หมีเด้งวิเคราะห์: การเบลอเส้นแบ่งระหว่าง "Smart Band" และ "Luxury Watch" การเปิดตัว Watch Fit 5 Series ในครั้งนี้สะท้อนถึงกลยุทธ์ของ Huawei ที่ต้องการยกระดับผลิตภัณฑ์กลุ่มสายรัดข้อมือจอใหญ่ให้ก้าวเข้าสู่ตลาดระดับบนมากขึ้น บทวิเคราะห์มองว่าการใส่หน้าจอ 3,000 nits และความสามารถในการดำน้ำ 40 เมตรลงใน Watch Fit 5 Pro คือการจงใจดึงฟีเจอร์จากรุ่น Ultra หรือ Ultimate มาไว้ในดีไซน์ที่โฉบเฉี่ยวและราคาสมเหตุสมผลกว่าเดิม แม้ราคาของรุ่น Pro จะสูงกว่ารุ่นมาตรฐานถึงสองเท่า แต่ด้วยวัสดุไทเทเนียมและฟังก์ชัน ECG จะช่วยให้ Huawei สามารถครองใจผู้ใช้งานที่ต้องการนาฬิกาสุขภาพที่มีดีไซน์ทันสมัยแต่ยังคงความหรูหราทัดเทียมนาฬิการะดับพรีเมียม
source: gsmarena