นอกเหนือจากการเปิดตัวมือถือจอพับรุ่นใหม่ Motorola ยังได้เสริมทัพสมาร์ทโฟนระดับเริ่มต้นด้วยการเปิดตัว Moto G37 และ Moto G37 Power อย่างเป็นทางการ โดยทั้งสองรุ่นเน้นความคุ้มค่าและความทนทาน มาพร้อมหน้าจอ LCD ขนาด 6.67 นิ้ว รองรับอัตรารีเฟรชเรต 120Hz และเสริมความแข็งแกร่งด้วยกระจก Gorilla Glass 7i ขับเคลื่อนด้วยขุมพลัง MediaTek Dimensity 6300 ภายใต้ระบบปฏิบัติการ Android 16 เวอร์ชันล่าสุด

สำหรับรุ่นมาตรฐานอย่าง Moto G37 มาพร้อม RAM แบบ LPDDR4X ขนาด 4GB และหน่วยความจำภายในแบบ UFS 2.2 ที่เลือกได้สูงสุด 256GB (รองรับ microSD Card) ติดตั้งแบตเตอรี่ความจุ 5,200 mAh รองรับชาร์จไว 20W ในด้านการถ่ายภาพมีกล้องหลักความละเอียด 50MP และกล้องหน้า 8MP โดยในบางภูมิภาคอาจมีการเพิ่มเลนส์ Ultrawide 8MP มาให้เป็นกล้องหลังตัวที่สองเพื่อความหลากหลายในการใช้งาน
ในขณะที่รุ่นพี่อย่าง Moto G37 Power จะมีการอัปเกรดสเปกในส่วนของพลังงานและหน่วยความจำให้เหนือขึ้นไปอีก โดยบรรจุแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ถึง 7,000 mAh รองรับชาร์จไว 30W และมีฟีเจอร์ Reverse Wired Charging 6W เพื่อแบ่งปันพลังงานให้เครื่องอื่น นอกจากนี้ยังมีตัวเลือก RAM สูงสุดที่ 8GB และหน่วยความจำเริ่มต้นที่ 128GB อย่างไรก็ตาม รุ่น Power จะถูกตัดเลนส์ Ultrawide ออก โดยจะมีเพียงกล้องหลัก 50MP เพียงตัวเดียวเท่านั้น

จุดเด่นที่น่าสนใจของทั้งสองรุ่นคือความทนทานที่เป็นเลิศ โดยผ่านมาตรฐานกันน้ำกันฝุ่นระดับ IP64 และมาตรฐานความทนทานระดับกองทัพ MIL-STD-810H นอกจากนี้ยังคงฟีเจอร์ที่ผู้ใช้ชื่นชอบไว้อย่างครบถ้วน ทั้งลำโพงสเตอริโอและช่องเสียบหูฟัง 3.5 มม. โดยมีสีสันที่ร่วมมือกับ Pantone ให้เลือกถึง 4 เฉดสี ได้แก่ Impenetrable, Capri, Nautical Blue และ Fuchsia Red เพื่อสะท้อนตัวตนของผู้ใช้งานที่แตกต่างกัน
หมีเด้งวิเคราะห์: การทำตลาดแบบ "เฉพาะทาง" ในกลุ่มราคาประหยัด การที่ Motorola เลือกใช้แบตเตอรี่ความจุ 7,000 mAh ในรุ่น G37 Power เป็นการวางตำแหน่งสินค้าที่ชัดเจนเพื่อเจาะกลุ่มผู้ใช้งานที่เน้นความถึกทน เช่น กลุ่มไรเดอร์ส่งอาหารหรือผู้ที่ทำงานกลางแจ้ง ซึ่งสอดคล้องกับการใส่มาตรฐาน MIL-STD-810H เข้ามา บทวิเคราะห์มองว่า Motorola ยอมแลกฟีเจอร์ด้านกล้อง (Ultrawide) ในรุ่น Power เพื่อไปเพิ่มประสิทธิภาพด้านพลังงานและหน่วยความจำแทน ซึ่งเป็นกลยุทธ์ที่ตอบโจทย์ผู้ใช้งานจริงมากกว่าการให้สเปกแบบกั๊กๆ ในทุกด้าน ทำให้ Moto G Series ในปี 2026 นี้ เป็นตัวเลือกที่น่ากลัวมากในกลุ่มสมาร์ทโฟนราคาประหยัด
source: gsmarena