คณะกรรมการกลางกำกับดูแลกิจการสื่อสารของสหรัฐฯ หรือ FCC ได้ตัดสินใจประกาศสั่งแบนการทดสอบอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทุกชนิดที่ผลิตเพื่อจำหน่ายในตลาดสหรัฐฯ ภายในห้องปฏิบัติการ (Lab) ของประเทศจีน โดยปกติแล้วอุปกรณ์ที่จะวางขายในสหรัฐฯ จะต้องผ่านการรับรองจาก FCC เพื่อยืนยันความปลอดภัยด้านการแพร่กระจายคลื่นวิทยุและความเข้ากันได้ของเครือข่าย ซึ่งปัจจุบันผู้ผลิตรายใหญ่ต่างพึ่งพาแล็บในศูนย์วิจัยและพัฒนา (R&D) ในจีนเป็นหลัก โดยสถิติระบุว่าอุปกรณ์ที่ขายในสหรัฐฯ กว่า 75% ล้วนใช้ผลการทดสอบจากแล็บจีนทั้งสิ้น
ความเคลื่อนไหวในครั้งนี้ไม่ได้เป็นเรื่องที่น่าประหลาดใจนัก เนื่องจากสหรัฐฯ ได้ระบุว่าจีนเป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงของชาติมาเป็นระยะเวลาหนึ่งแล้ว โดยหลังจากที่ FCC มีมติเห็นชอบในคำสั่งแบนดังกล่าว ขั้นตอนต่อไปจะเข้าสู่ช่วงการเปิดรับฟังความคิดเห็นจากภาคอุตสาหกรรมและผู้บริโภคเป็นเวลา 30-60 วัน ซึ่งทาง FCC ยังคงมีอำนาจในการปรับเปลี่ยนรายละเอียดของคำสั่งแบนได้ตามความเหมาะสมในช่วงเวลาดังกล่าว

นอกจากคำสั่งแบนแล็บจีนแล้ว FCC ยังได้เสนอข้อบังคับเพิ่มเติมที่จะแบนการทดสอบอุปกรณ์ในทุกประเทศที่ไม่มีข้อตกลงยอมรับร่วมกัน (Mutual Recognition Agreement หรือ MRA) ซึ่งเป็นข้อตกลงที่แต่ละประเทศจะยอมรับผลการทดสอบของแล็บระหว่างกัน แน่นอนว่าจีนและสหรัฐฯ ไม่มีข้อตกลง MRA นี้ร่วมกัน ซึ่งหากข้อเสนอนี้ได้รับการอนุมัติ จะส่งผลให้อุปกรณ์ในอนาคตไม่สามารถใช้ทางลัดในการทดสอบจากประเทศที่ไม่มีความร่วมมือด้านความมั่นคงกับสหรัฐฯ ได้อีกต่อไป
อย่างไรก็ตาม มาตรการนี้จะไม่ส่งผลกระทบต่ออุปกรณ์ที่ได้รับการรับรองไปแล้ว โดยอุปกรณ์เหล่านั้นจะได้รับอนุญาตให้วางจำหน่ายในสหรัฐฯ ต่อไปอีก 2 ปี ก่อนที่จะต้องรับการรับรองใหม่ ซึ่งหมายความว่าสมาร์ทโฟนรุ่นเก่าอย่าง iPhone, Pixel หรือ Galaxy จะไม่ได้รับผลกระทบเพราะมักจะถูกถอดออกจากชั้นวางจำหน่ายตามวงจรสินค้าก่อนถึงกำหนด แต่สำหรับสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ในอนาคต ผู้ผลิตจะต้องส่งเครื่องออกจากจีนไปยังประเทศอื่นที่ FCC ให้การรับรองเพื่อทำการทดสอบ ซึ่งกระบวนการนี้จะสร้างภาระทั้งในด้านต้นทุนและระยะเวลาที่เพิ่มมากขึ้นอย่างมหาศาล
หมีเด้งวิเคราะห์: สงครามเทคโนโลยีที่ขยับจาก "ตัวสินค้า" สู่ "มาตรฐานการตรวจสอบ" บทวิเคราะห์มองว่าคำสั่งนี้คือการใช้ "กำแพงทางเทคนิค" (Technical Barrier) เพื่อตัดขาดห่วงโซ่อุปทานเทคโนโลยีระหว่างสหรัฐฯ และจีนอย่างเบ็ดเสร็จ การพุ่งเป้าไปที่แล็บทดสอบซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์ต้นน้ำของการผลิต จะส่งผลกระทบต่อต้นทุนของแบรนด์สมาร์ทโฟนทุกค่าย ไม่เว้นแม้แต่ Apple ที่มีฐานการผลิตหลักในจีน มาตรการนี้สะท้อนว่าสหรัฐฯ ไม่เพียงแต่ไม่ไว้วางใจใน "ตัวฮาร์ดแวร์" แต่ยังไม่เชื่อมั่นใน "กระบวนการตรวจสอบ" ของจีนอีกด้วย ในระยะยาวเราอาจเห็นการย้ายฐาน R&D และแล็บทดสอบไปยังประเทศพันธมิตรที่มีข้อตกลง MRA กับสหรัฐฯ เช่น เวียดนาม อินเดีย หรือกลุ่มประเทศในยุโรป เพื่อหลีกเลี่ยงความล่าช้าในการวางจำหน่ายสินค้าในตลาดที่สำคัญที่สุดอย่างสหรัฐฯ
source: gsmarena