หลังจากที่ iQOO ได้ทำการเปิดตัวสมาร์ทโฟนรุ่นหลักอย่าง iQOO Z11 ไปเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ล่วงเลยมาเพียงสองเดือนล่าสุดเริ่มมีกระแสข่าวของรุ่นน้องเล็กในตระกูลตามออกมาแล้ว โดยพบข้อมูลของ iQOO Z11 Lite ปรากฏบนฐานข้อมูลของคลังทดสอบประสิทธิภาพชื่อดังอย่าง Geekbench ซึ่งเผยให้เห็นรายละเอียดสเปกฮาร์ดแวร์บางส่วนของตัวเครื่องเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
สมาร์ทโฟนรุ่นนี้ปรากฏตัวภายใต้รหัสโมเดลหมายเลข I2510 โดยสามารถทำคะแนนในส่วนของ Single-core ไปได้ 549 คะแนน และ Multi-core อยู่ที่ 1,776 คะแนน ซึ่งตัวเลขชุดนี้ไม่ใช่คะแนนในระดับกลุ่มสมาร์ทโฟนเรือธงอย่างแน่นอน แต่ก็ไม่ใช่เรื่องที่น่าแปลกใจอะไรนัก เนื่องจากสมาร์ทโฟนในซีรีส์ Z Lite ของแบรนด์ iQOO มักจะวางตำแหน่งทางการตลาดเพื่อเจาะกลุ่มผู้ใช้งานระดับเริ่มต้นและกลุ่มสมาร์ทโฟนระดับกลางค่อนไปทางล่าง (Lower Mid-range) ที่เน้นความคุ้มค่าด้านราคาเป็นหลัก

จากรายละเอียดการจัดอันดับบนข้อความของคลังทดสอบระบุว่า อุปกรณ์รุ่นนี้ขับเคลื่อนด้วยชิปเซ็ตประมวลผลแบบ Octa-core (8 แกนสมอง) โดยแบ่งเป็นแกนประมวลผลหลักจำนวน 2 แกนที่มีความเร็ว Clock Speed อยู่ที่ 2.40GHz และแกนประมวลผลรองอีก 6 แกนทำงานที่ความเร็ว 2.00GHz พร้อมทั้งระบุหน่วยประมวลผลกราฟิกเป็น Mali-G57 MC2 ซึ่งคุณสมบัติทั้งหมดนี้บ่งชี้ว่าชิปเซ็ตที่ถูกนำมาใช้งานก็คือ MediaTek Dimensity 6300 นั่นเอง
สิ่งที่น่าสนใจคือ ข้อมูลของชิปเซ็ตดังกล่าวเป็นชุดเดียวกับที่เคยถูกใช้งานในรุ่นก่อนหน้าอย่าง iQOO Z10 Lite 5G ทุกประการ นอกจากนี้ในผลการทดสอบยังระบุว่าตัวเครื่องจะมาพร้อมกับหน่วยความจำ RAM ขนาด 8GB และขับเคลื่อนด้วยระบบปฏิบัติการเวอร์ชันล่าสุดอย่าง Android 16 ซึ่งการันตีความสดใหม่ของซอฟต์แวร์ ทั้งนี้ ก่อนหน้าที่จะโผล่บน Geekbench สมาร์ทโฟนรหัสนี้เคยผ่านการรับรองจาก Bluetooth SIG ซึ่งยืนยันว่าจะรองรับระบบชาร์จไว 44W รวมถึงผ่านการตรวจสอบจากหน่วยงาน BIS ในประเทศอินเดีย ซึ่งเป็นสัญญาณชัดเจนว่าเตรียมจะเข้าไปทำตลาดในประเทศอินเดียเป็นที่แรกๆ ด้วยราคาคาดการณ์ใกล้เคียงกับรุ่นเดิมที่ประมาณ 9,999 รูปี (หรือประมาณ 4,300 บาท)

หมีเด้งวิเคราะห์: กลยุทธ์รีไซเคิลชิปเซ็ตเพื่อคุมราคา และการดึงดูดด้วยซอฟต์แวร์ยุคใหม่ เรามองว่า การที่ iQOO เลือกใช้ชิปเซ็ต Dimensity 6300 ซ้ำเดิมจากรุ่นก่อน เป็นกลยุทธ์มาตรฐานในการควบคุมต้นทุนการผลิต เพื่อให้สามารถคงราคาขายในระดับต่ำหมื่นรูปีเอาไว้ได้ท่ามกลางภาวะเงินเฟ้อของชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ แม้ด้านประสิทธิภาพความแรงจะไม่ได้ก้าวกระโดด แต่การชดเชยด้วยการให้ RAM 8GB และการใส่ระบบปฏิบัติการ Android 16 มาให้ตั้งแต่แกะกล่อง ถือเป็นจุดขายสำคัญที่จะดึงดูดกลุ่มผู้ใช้ระดับเริ่มต้น เพราะจะช่วยให้ตัวเครื่องสามารถรองรับการอัปเดตและใช้งานแอปพลิเคชันในอนาคตได้ยาวนานกว่าคู่แข่งในระดับราคาเดียวกัน ถือเป็นแนวทางการขยายตลาดที่เน้นความคุ้มค่าและตอบโจทย์การใช้งานจริงในชีวิตประจำวันครับ
source: gizmochina