Apple เริ่มเดินหน้าทดสอบสมาร์ทโฟนระดับเรือธงเจเนอเรชันถัดไปอย่าง iPhone 19 Pro และ iPhone 19 Pro Max (หรือไลน์อัปที่จะเปิดตัวในปี 2027) โดยข้อมูลล่าสุดจากแหลงข่าวหลุดชื่อดังของประเทศจีนอย่าง Digital Chat Station บนแพลตฟอร์ม Weibo ระบุว่า ในเวลานี้เครื่องตัวอย่าง (Prototypes) ของทั้งสองรุ่นกำลังอยู่ในขั้นตอนการทดสอบนวัตกรรมหน้าจอแสดงผลรูปแบบใหม่ที่เป็น "หน้าจอโค้งมนสี่ด้าน" (Quad-curved Screen) ซึ่งถือเป็นการเปลี่ยนแปลงดีไซน์ครั้งใหญ่หลังจากที่ Apple ยึดมั่นกับแนวทางหน้าจอแบบแบนราบมาอย่างยาวนาน
ข้อมูลการเปลี่ยนผ่านสู่หน้าจอโค้งมนทั้งสี่ด้านในครั้งนี้ สอดคล้องกับกระแสข่าวลือที่เคยหลุดออกมาก่อนหน้านี้เมื่อช่วงเดือนเมษายนว่า ไลน์อัปสมาร์ทโฟนระดับพรีเมียมปี 2027 ของ Apple จะเลือกใช้แผงหน้าจอลักษณะดังกล่าว ซึ่งการเคลื่อนไหวในครั้งนี้ถูกมองว่าเป็นเรื่องที่ค่อนข้างย้อนแย้งในวงการเทคโนโลยี เนื่องจากดีไซน์หน้าจอโค้งมนสี่ด้านเคยเป็นเทรนด์ที่ได้รับความนิยมอย่างสูงในกลุ่มผู้ผลิตสมาร์ทโฟนแอนดรอยด์ฝั่งจีนมาก่อน จนกระทั่งแบรนด์เหล่านั้นตัดสินใจหันมาเปลี่ยนตามแนวทางหน้าจอแบนราบของ Apple ในปัจจุบัน และคาดว่าการขยับตัวของ Apple ในรอบนี้จะจุดกระแสให้ผู้ผลิตฝั่งแอนดรอยด์หันกลับมาทำหน้าจอโค้งมนสี่ด้านกันอีกครั้งในช่วงปลายปี 2027 ถึงปี 2028

ความพิเศษอีกหนึ่งประการคือ ในปี 2027 จะเป็นปีที่ครบรอบ 20 ปีเต็มของการเปิดตัว iPhone รุ่นแรกสุดที่อดีตซีอีโอผู้ล่วงลับอย่าง Steve Jobs เคยประกาศเอาไว้เมื่อปี 2007 ด้วยเหตุนี้ ทาง Apple จึงอาจมีการพิจารณาปรับเปลี่ยนระบบการตั้งชื่อเรียกขานอย่างเป็นทางการของสมาร์ทโฟนเจเนอเรชันนี้ใหม่ทั้งหมด เพื่อสะท้อนถึงการเฉลิมฉลองวาระสำคัญของบริษัท โดยชื่อของ iPhone 19 Pro และ iPhone 19 Pro Max อาจจะถูกแทนที่ด้วยชื่ออื่นที่สร้างความตื่นตาตื่นใจได้มากกว่าเดิม แต่อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบันยังไม่มีข้อสรุปที่แน่ชัดหรือมีข้อมูลชื่อใหม่อื่นหลุดรอดออกมาในเวลานี้
หมีเด้งวิเคราะห์: วัฏจักรดีไซน์ที่หวนคืน และการสร้างมูลค่าเพิ่มในวาระครบรอบ 20 ปี
เรามองว่า การทดสอบหน้าจอโค้งมนสี่ด้าน (Quad-curved) ของ Apple ถือเป็นเครื่องสะท้อนคำว่า "แฟชั่นเทคโนโลยีมีวัฏจักรของมัน" ได้อย่างชัดเจนที่สุด การที่ Apple เตรียมจะนำดีไซน์ที่แบรนด์จีนเคยทิ้งไปแล้วกลับมาปัดฝุ่นใหม่ ไม่ใช่เรื่องของการขาดแคลนไอเดีย แต่เป็นการเลือกใช้จังหวะเวลาที่เหมาะสม (Timing) ในแง่ของวิศวกรรมการผลิต เนื่องจากในอดีตหน้าจอโค้งมักเจอปัญหามุมมองภาพผิดเพี้ยนและหาฟิล์มกันรอยยาก แต่ด้วยเทคโนโลยีปัจจุบัน ปัญหาเหล่านี้น่าจะได้รับการแก้ไขแล้ว ยิ่งไปกว่านั้น การปรับโฉมครั้งใหญ่ควบคู่กับการเปลี่ยนชื่อรุ่นในโอกาสครบรอบ 20 ปี เป็นกลยุทธ์ทางการตลาดที่ทรงพลังมาก (คล้ายกับตอนเปิดตัว iPhone X ในปี 2017) ซึ่งมันจะสร้างแรงกระตุ้นเชิงจิตวิทยาให้ผู้บริโภครู้สึกอยากเปลี่ยนเครื่องใหม่ และเปิดโอกาสให้ Apple สามารถขยับเพดานราคาให้สูงขึ้นได้อีกครั้งครับ
source: gsmarena