โดยปกติแล้ว อุตสาหกรรมสมาร์ทโฟนฝั่งประเทศจีนมักจะเปิดตัวมือถือรุ่นใหม่ในบ้านเกิดของตัวเองก่อนจะส่งออกไปลุยตลาดโลก ทว่าในรอบนี้ Honor ได้ดำเนินกลยุทธ์ในทิศทางตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง ด้วยการส่งสมาร์ทโฟนตระกูล Honor 600 และ Honor 600 Pro เวอร์ชันสากล (Global Market) ออกสู่สายตาชาวโลกไปล่วงหน้าก่อน แล้วจึงค่อยย้อนกลับมาเปิดตัวเวอร์ชันสำหรับวางจำหน่ายภายในประเทศจีนอย่างเป็นทางการในภายหลัง ท่ามกลางความสนใจของแฟนๆ ที่เฝ้ารอการปรับเปลี่ยนสเปกภายในให้เข้ากับพฤติกรรมการใช้งานของคนในประเทศ
แม้ว่ารูปลักษณ์ภายนอกของทั้งเวอร์ชันจีนและสากลจะไม่มีความแตกต่างกันมากนัก แต่จุดแตกหักสำคัญที่ถูกปรับเปลี่ยนอย่างเห็นได้ชัดคือ "ความจุของแบตเตอรี่" โดย Honor 600 รุ่นมาตรฐานเวอร์ชันจีนได้รับการอัดพลังงานมาให้แบบท่วมท้นด้วยแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ถึง 8,600 mAh ซึ่งมากกว่าเวอร์ชันสากลที่ถูกจำกัดความจุไว้เพียง 7,000 mAh เช่นเดียวกับรุ่นพี่อย่าง Honor 600 Pro เวอร์ชันจีนก็ได้รับแบตเตอรี่ขนาด 8,000 mAh ขณะที่โมเดลวางจำหน่ายทั่วโลกได้แบตเตอรี่มาที่ขนาด 7,000 mAh เท่านั้น
.jpg)
อย่างไรก็ตาม การได้มาซึ่งแบตเตอรี่ที่ใหญ่ขึ้นในเวอร์ชันจีนของรุ่น Pro ก็ต้องแลกมาด้วยประสิทธิภาพการประมวลผลที่ลดทอนลงไปเล็กน้อย โดย Honor 600 Pro เวอร์ชันจีนเลือกใช้งานชิปเซ็ตขุมพลัง MediaTek Dimensity 8550 ในการขับเคลื่อนระบบ ซึ่งไม่ได้แรงดุดันเท่ากับเวอร์ชันสากลที่ได้สิทธิ์ในการใช้งานชิปเซ็ตรุ่นท็อปสุดในอุตสาหกรรมอย่าง Qualcomm Snapdragon 8 Elite ส่วนรุ่นเริ่มต้นอย่าง Honor 600 ถือว่ายังคงเส้นคงวาด้วยการเลือกใช้ชิปเซ็ตระดับกลางตัวแรงอย่าง Snapdragon 7 Gen 4 เหมือนกันทั้งสองเวอร์ชัน
ในแง่ของสเปกส่วนอื่นๆ นั้นไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดๆ เพิ่มเติม โดยสมาร์ทโฟนทั้งสองรุ่นยังคงเลือกใช้งานหน้าจอแสดงผลเกรดพรีเมียม OLED ขนาด 6.57 นิ้ว อัตรารีเฟรชเรต 120Hz พร้อมระบบชาร์จไวผ่านสายความเร็ว 80W และเสริมระบบชาร์จไร้สายความเร็ว 50W เฉพาะในรุ่น Pro ด้านนวัตกรรมการถ่ายภาพก็ยังคงจัดเต็มด้วยกล้องหลักความละเอียดสูงถึง 200 ล้านพิกเซล ทำงานร่วมกับเลนส์มุมกว้างพิเศษ Ultrawide ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล โดยในรุ่น Pro จะได้รับการติดตั้งเลนส์ซูมระยะไกล Telephoto ความละเอียด 50MP ที่รองรับการซูมออปติคัล 3.5 เท่าเพิ่มเข้ามา
.jpg)
ปัจจุบัน Honor ได้เปิดโครงการจำหน่ายตระกูล Honor 600 Series เวอร์ชันจีนในรอบ Early Bird เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยเปิดราคาเริ่มต้นสำหรับรุ่นมาตรฐาน Honor 600 (ความจุ 12GB/256GB) เอาไว้ที่ 3,699 หยวน (หรือประมาณ 18,500 บาท) ขณะที่รุ่นท็อปอย่าง Honor 600 Pro เปิดราคาเริ่มต้นในบ้านเกิดของตัวเองที่ 4,699 หยวน (หรือประมาณ 23,500 บาท) ซึ่งถือเป็นระดับราคาที่สร้างความฮือฮาในกลุ่มผู้ใช้งานฝั่งแอนดรอยด์เป็นอย่างมาก
หมีเด้งวิเคราะห์: ยุทธศาสตร์การสลับทิศทางและสงครามแบตเตอรี่เพื่อชิงเค้กในตลาดจีน เรามองว่า การที่ Honor เลือกเปิดตัวเวอร์ชันสากลก่อน แล้วหันมาเปิดตัวเวอร์ชันจีนพร้อมแบตเตอรี่ที่ใหญ่เกือบเท่าพาวเวอร์แบงก์ (8,600 mAh) สะท้อนถึง "ความเข้าใจในพฤติกรรมผู้บริโภคที่แตกต่างกันในแต่ละภูมิภาค" (Localization Strategy) ตลาดในประเทศจีนเป็นตลาดที่มีการแข่งขันด้านความอึดของแบตเตอรี่สูงมาก การยอมลดชิปเซ็ตของรุ่น Pro จาก Snapdragon 8 Elite มาเป็น Dimensity 8550 เพื่อเพิ่มพื้นที่ในบอดี้และควบคุมต้นทุนให้สามารถยัดแบตเตอรี่ 8,000 - 8,600 mAh ลงไปได้ ถือเป็นหมากเกมที่ชาญฉลาด เพราะผู้ใช้งานชาวจีนส่วนใหญ่ให้ความสำคัญกับระยะเวลาการใช้งานที่ยาวนานข้ามวันและการเปิดแอปพลิเคชันค้างไว้เป็นจำนวนมาก มากกว่าตัวเลขคะแนนดิบของชิปเซ็ตเพียวๆ ในราคาที่ต่ำกว่าเวอร์ชันสากล ซึ่งกลยุทธ์นี้จะช่วยให้ Honor 600 Series กลายเป็นคู่แข่งที่โดดเด่นและจับต้องได้ง่ายที่สุดในกลุ่มสมาร์ทโฟนสายเน้นแบตเตอรี่ในประเทศจีนเวลานี้ครับ
source: gsmarena