รัฐบาลสหราชอาณาจักรประกาศมาตรการขั้นเด็ดขาด ห้ามเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 16 ปีใช้งานแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียอย่างเป็นทางการ โดยการสั่งแบนในครั้งนี้จะครอบคลุมแอปพลิเคชันยอดนิยมหลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น Snapchat, TikTok, YouTube, Instagram, Facebook และ X ทว่ามาตรการดังกล่าวจะไม่รวมถึงแอปพลิเคชันประเภทส่งข้อความแชตส่วนตัวอย่าง WhatsApp และ Signal ซึ่งยังคงเปิดให้กลุ่มเยาวชนสามารถใช้งานเพื่อการสื่อสารได้ตามปกติ
นอกเหนือจากการสั่งห้ามเข้าถึงแพลตฟอร์มข้างต้นแล้ว รัฐบาลยังขยายผลด้วยการจำกัด "ฟีเจอร์ที่เป็นอันตราย" สำหรับเยาวชนที่มีอายุต่ำกว่า 17 ปี เช่น ระบบการไลฟ์สตรีมสด (Live streaming) และฟังก์ชันที่เปิดโอกาสให้คนแปลกหน้าสามารถเข้ามาติดต่อสื่อสารกับเด็กได้ ซึ่งข้อจำกัดที่เข้มงวดเหล่านี้จะไม่ระบุอยู่แค่บนโซเชียลมีเดียเท่านั้น แต่จะถูกบังคับใช้กับบริการออนไลน์อื่น ๆ เป็นวงกว้าง รวมถึงเว็บไซต์หรือแพลตฟอร์มเกมออนไลน์ต่าง ๆ ด้วยเช่นกัน

ยิ่งไปกว่านั้น รัฐบาลยังให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีอุบัติใหม่อย่างปัญญาประดิษฐ์ โดยสั่งแบนไม่ให้เยาวชนอายุต่ำกว่า 18 ปีเข้าถึงแชตบอต AI แนว "เพื่อนคุยโรแมนติก" (Romantic companion) โดยเด็ดขาด พร้อมทั้งสั่งห้ามไม่ให้มีฟังก์ชันในลักษณะที่กระตุ้นความใกล้ชิดหรือสุ่มเสี่ยงทางเพศที่คล้ายคลึงกันบนแชตบอต AI ทุกประเภท ซึ่งรวมไปถึงแชตบอตอเนกประสงค์ทั่วไปที่ใช้งานกันในปัจจุบัน เพื่อป้องกันไม่ให้เด็กได้รับผลกระทบทางจิตใจและพฤติกรรม
กฎระเบียบชุดแรกที่นำมาใช้บังคับตามมาตรการสั่งแบนทั้งหมดนี้ คาดว่าอาจจะเริ่มมีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการในช่วงฤดูใบไม้ผลิของปีหน้า อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบันยังไม่มีความชัดเจนเกี่ยวกับแนวทางการปฏิบัติงานจริง โดยทางรัฐบาลทำได้เพียงมอบหมายให้หน่วยงานกำกับดูแลอย่าง Ofcom (หรือ Office of Communications ซึ่งเป็นหน่วยงานอิสระของรัฐบาลสหราชอาณาจักร ที่ทำหน้าที่กำกับดูแลอุตสาหกรรมการสื่อสารทั้งหมด เปรียบเสมือน กสทช. ของประเทศอังกฤษ) เร่งทำการศึกษาอย่างเร่งด่วนว่าระบบการยืนยันอายุ รูปแบบใดที่จะมีประสิทธิภาพสูงสุดในการตรวจสอบว่าผู้ใช้งานมีอายุเกิน 16 ปีจริง ซึ่งรัฐบาลยืนยันว่าจะจัดสรรเงินทุนให้อย่างเพียงพอทั้งในการศึกษาและบังคับใช้กฎหมาย แม้จะยังไร้พิมพ์เขียวที่แน่ชัดแต่ก็ยังมีเวลาในการปรับปรุงกระบวนการก่อนถึงปีหน้า
หมีเด้งวิเคราะห์ : การประกาศมาตรการครั้งใหญ่ของสหราชอาณาจักรในครั้งนี้ จะส่งผลสะเทือนอย่างรุนแรงต่ออุตสาหกรรมเทคโนโลยีระดับโลก โดยเฉพาะกลุ่มบริษัทบิ๊กเทค (Big Tech) เจ้าของแพลตฟอร์มที่พึ่งพารายได้จากการโฆษณาและฐานผู้ใช้งานอายุน้อย ซึ่งจำเป็นต้องเร่งพัฒนาระบบยืนยันอายุที่เข้มงวดและอาจส่งผลให้ยอดผู้ใช้งาน (Active Users) ทั่วโลกลดลงอย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้ ตลาดผู้พัฒนา AI แชตบอตและอุตสาหกรรมเกมออนไลน์จะต้องเผชิญกับการปรับโครงสร้างฟังก์ชันและโมเดลธุรกิจครั้งใหญ่เพื่อหลีกเลี่ยงการทำผิดกฎหมาย ทว่าในทางกลับกัน มาตรการนี้จะกลายเป็นการกระตุ้นและเปิดโอกาสทางธุรกิจให้แก่ตลาดเทคโนโลยีประเภทการยืนยันตัวตน (RegTech) และแอปพลิเคชันส่งข้อความที่มีความปลอดภัยสูงให้เติบโตขึ้นอย่างก้าวกระโดดนับจากนี้
source: gsmarena