Review : Lenovo Flex 20 Multimode 2-in-1 เบ็ดเสร็จในหนึ่งเดียว ทั้ง PC และ Tablet

MXcite | 23 ธ.ค 2556 09:58:21 (อัพเดต 28 ธ.ค 2556 09:00:27)

12868

VIEWS MXcite

Review : Lenovo Flex 20 Multimode 2-in-1 เบ็ดเสร็จในหนึ่งเดียว
ทั้ง PC และ Tablet ::



สวัสดีเพื่อนๆชาว TechXcite ทุกๆคน เนื่องจากอีกไม่กี่วันก็จะขึ้นปีใหม่กันแล้ว วันนี้ MrXcite จึงขอจัดของใหญ่ส่งท้ายปีกันหน่อย เผื่อใครหลายคนอาจจะอยากซื้อของขวัญปีใหม่สักชิ้นให้คนพิเศษหรือซื้อให้ตัวเองเพื่อเป็นรางวัลส่งท้ายปีเก่าก็ว่ากันไป ดังนั้นแล้วก็ต้องจัดไปเลยครับกับ Lenovo Flex 20 เครื่อง Multimode 2-in-1 ขนาด 19.5 นิ้ว ที่สามารถแปลงร่างกลายเป็นแท็บเล็ตจอยักษ์ใหญ่สะใจ ตอบสนองทั้งเรื่องงาน ความบันเทิง และสนุกกับการเล่นเกมด้วยระบบทัชสกรีน 10 จุด นอกจากนั้นยังมาพร้อมกับระบบ "Aura" ที่ช่วยจัดการทั้งรูปภาพ วีดีโอ เพลง เกม และแอพพลิเคชั่นต่างๆได้อย่างลงตัว (แบบเดียวกับในหนังไฮเทคๆเลย) เอาละได้เวลาต้องไปทำความรู้จักกับเจ้า Lenovo Flex 20 กันหน่อยแล้ว แต่ก่อนอื่นไปดูวีดีโอเรียกน้ำย่อยกันสักนิดนึงครับ



หลังจากที่ได้ดูวีดีโอเรียกน้ำย่อยกันไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เชื่อว่าหลายๆคนคงสนใจเจ้า Lenovo Flex 20 กันขึ้นมาบ้างแล้ว งั้นเราลองไปดูสเปคเพื่อประกอบการตัดสินใจให้ง่ายยิ่งขึ้นไปอีกดีกว่า



โดย Lenovo Flex 20 ใช้ชิปประมวลผล Intel Core i Gen 4 (Haswell) โดยเจ้าเครื่องนี้นั้นใช้เป็น Core i3 ความเร็ว 1.7GHz ใส่แรมมาให้ 4GB แบบ DDR3 ความเร็วที่ 1600MHz การ์ดจอเป็น Intel HD Graphice 4400 และฮาร์ดดิสก์ความจุ 500GB สเปคก็ถือว่าจัดมาให้เยอะพอสมควร ติดอยู่นิดนึงตรงที่น่าจะเปลี่ยนจาก Core i3 เป็น Core i5 จะดีกว่านี้มากเลย แต่ด้วยสเปคระดับนี้รับรองว่าเพียงพอต่อการใช้งานในชีวิตประจำวันของเราอย่างแน่นอนครับ >"<

และที่สำคัญเลยคือ Lenovo Flex 20 นั้นมีแบตฯมาให้ในตัวด้วย หลังจากได้ทดสอบใช้งานดูแล้วก็อยู่ได้สักประมาณ 2-3 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับการใช้งานของเราด้วยว่าใช้งานมากน้อยขนาดไหน ซึ่งข้อดีก็คือทำให้สามารถเคลื่อนย้ายไปใช้งานในจุดอื่นได้สักพักนึง โดยไม่ต้องเอาที่ชาร์จไปให้เกะกะกันเลย (ณ จุดๆนี้ ต้องบอกว่าถูกใจมากๆเลย)



ส่วนระบบปฏิบัติการก็ติดตั้ง Windows 8 ลิขสิทธิ์มาให้อีกด้วย ซึ่งสามารถอัพเดทเป็น Windows 8.1 ได้ทันที โดยเครื่องที่เอามารีวิวให้ดูกันนี้ก็ทำการอัพเดทเป็นที่เรียบร้อยแล้วจ๊ะ 

นอกจากนั้นยังมีลำโพงแบบ Stereo ที่ใช้ระบบเสียง Dolby Home Theater ที่ให้เสียงทรงพลัง ดังกระหึ่ม คราวนี้ไม่ว่าเราจะดูหนัง ฟังเพลง เล่นเกม ก็ได้อรรถรสกันแบบสุดๆไปเลย (ของเขาดีจริงๆนะ)



ในส่วนของหน้าจอก็ไม่ทำให้ผิดหวังกันเลย เพราะใช้จอแบบพาเนลคุณภาพสูง IPS ขนาด 19.5 นิ้ว ความละเอียด 1600 x 900 พิกเซล ที่ให้ภาพคมชัด สวยงามสมจริง ดูเป็นธรรมชาติ ซึ่งหลังจากที่ลองใช้งานดูแล้วรู้สึกว่าหน้าจอค่อนข้างจะสะท้อนอยู่พอสมควร ดังนั้นก็อาจแก้ปัญหาด้วยการปรับความสว่างหน้าจอเพิ่มขึ้นสักหน่อย (แต่ก็ต้องอย่าลืมระวังเรื่องสายตากันด้วยนะ) 

การดีไซน์ต้องบอกว่าทำออกมาได้ดีมาก เพราะให้อารมณ์ประมาณว่าเอาแท็บเล็ตมาขยายร่างให้ใหญ่ขึ้น โดยวัสดุที่ใช้เป็นอะลูมิเนียมคุณภาพดี งานประกอบเป็นแบบ Unibody ที่ให้ความคงทน แข็งแรง ที่สำคัญดูหรูหรา น่าใช้งานอีกด้วย





ในส่วนของด้านหน้านั้น ด้านบนจะเป็นกล้อง Web Cam ความคมชัดระดับ 720p กันเลยทีเดียว และด้านล่างตรงกลางจะเป็นปุ่ม Start ที่ไว้สำหรับใช้งานในโหมดแท็บแล๊ตได้เป็นอย่างดีเลย





ด้านหลังจะเป็นขาตั้ง ที่สามารถปรับตั้งได้สูงสุด 90 องศา ที่ต้องขอยกนิ้วให้กับความแข็งแรงทนทาน ที่ไม่ว่าจะปรับตั้งกี่องศาตัวเครื่องก็ไม่ล้มพับลงไปแน่นอน อาจเป็นเพราะด้วยตัวขาตั้งนั้นมีความหนืดอยู่พอสมควรเลย ดังนั้นทำให้เวลาเก็บพับอาจต้องออกแรงกดให้ลงล็อกกันสักหน่อยนะครับ นอกจากนี้แล้วทั้ง 4 มุมของตัวเครื่องยังมียางรองกันลื่นมาให้ ที่สามารถช่วยป้องกันรอยขีดข่วนที่เกิดกับตัวเครื่องได้อีกด้วย



ด้านซ้ายจะเป็น ช่องเสียบหูฟังขนาด 3.5 มม. พอร์ต USB 3.0 จำนวน 2 พอร์ต และช่องเสียบอะแดปเตอร์สำหรับชาร์จแบตฯ



ด้านบนจะมีปุ่ม Power สำหรับ เปิด/ปิดเครื่อง, ปุ่ม เพิ่ม/ลด เสียง และปุ่มล็อกการหมุนของหน้าจอ



ด้านล่างจะเป็นลำโพงคู่ เสียงดังใช้ได้เลย 



นอกจากนี้แล้ว Lenovo Flex 20 ยังมาพร้อมกับ เมาส์และคีย์บอร์ดไร้สาย ที่ออกแบบมาได้เข้าเซ็ตกันซะเหลือเกิน ยิ่งวางใช้งานควบคู่กันแล้วด้วยละก็หรูหราอย่าบอกใครเชียว !! โดยตัวคีย์บอร์ดนั้นทำมาจากอะลูมิเนียมทั้งชิ้นอีกด้วย สำหรับการใช้งานการพิมพ์ต่างๆก็ทำได้ดี เพราะปุ่มมีระยะห่างที่พอดีกับการวางนิ้วมือ ปุ่มไม่แข็งและไม่นิ่มจนเกินไป ส่วนเมาส์ก็ทำงานได้ลื่นไหล ตอบสนองรวดเร็ว ขนาดกำลังพอดีมือไม่เล็กไม่ใหญ่เกินไปครับ 

 Joystick & Striker






สำหรับเครื่อง Lenovo Flex 20 ต้องบอกว่าเหมาะมากกับการเป็นเครื่องสร้างความบันเทิงภายในครอบครัวได้เป็นอย่างดี เพราะสามารถหิ้วไปรอบๆบ้านได้สบายๆ นอกจากนี้แล้ว Lenovo Flex 20 ยังมีอุปกรณ์เสริมสุดพิเศษที่จะช่วยเพิ่มความสนุกสนาน รอยยิ้ม เสียงหัวเราะภายในครอบครัวได้เป็นอย่างดี นั้นก็คือ Joystick & Striker ที่ต้องบอกว่าสามารถช่วยทำให้การเล่นเกมธรรมดาๆ ให้ดูมีสีสันมากขึ้นจริงๆ และด้วยหน้าจอใหญ่ระดับนี้ทำให้ไม่จำกัดจำนวนผู้เล่นอยู่เพียง 2 คนเท่านั้น ซึ่งในบางเกมอย่างเช่น เกม King of Opera ที่สามารถเล่นพร้อมกันได้ถึง 4 คน หน้าจอขนาดนี้ก็สามารถรองรับได้สบายๆเลย



สำหรับการใช้งานโหมด Stand Mode ก็เหมือนกับการใช้งานพื้นฐานเครื่อง PC ทั่วไป ๆ ไม่ว่าจะเป็น การดูหนัง ฟังเพลง เล่นเกม หรือใช้ทำงานต่างๆ ก็สามารถทำได้ไม่แตกต่างกันครับ



ส่วน Tablet Mode ก็สามารถทำได้เหมือนกับแท็บเล็ตทั่วไป ทั้งการเล่นแอพฯ เล่นเกม ท่องโลกโซเชียล แต่อาจจะแตกต่างกันตรงที่ขนาดเท่านั้นเอง ดังนั้นการจะถือเล่นบนมือก็อาจไม่ถนัดนักคงต้องวางลงกับพื้นน่าจะสะดวกกว่า และด้วยระบบทัชสกรีน 10 จุด ที่รองรับการสัมผัสที่แม่นยำรับรองไม่ทำให้ผิดหวังแน่นอน คอนเฟิร์ม !!





สำหรับ Auro Interface ที่นับได้ว่าเป็นจุดเด่นสำคัญของ Lenovo Flex 20 เลยก็ว่าได้ เพราะเน้นการใช้งานได้มากกว่า 2 คน ในการดูรูปภาพ ดูวีดีโอ หรือรวมถึงการเล่นแอพฯต่างๆ ได้พร้อมกันในเวลาเดียวกัน ซึ่งโดยส่วนตัวแล้วชอบมาก เพราะเวลาอยู่ด้วยกันหลายคนแล้วมักจะเกิดปัญหาว่าคนหนึ่งอยากจะดูอันนี้ อีกคนหนึ่งอยากดูอันนั้น แย่งกันไปกันมา แต่เมื่อมีเจ้า Auro ใครอยากดูอะไรก็เชิญกันตามสบายครับ 555 

มาปิดท้ายกันด้วยการทดสอบประสิทธิภาพอีกเช่นเคย




 

จากการทดสอบดูแล้วก็ถือว่าผลออกมาอยู่ในระดับที่พอใช้ได้ แต่ก็ไม่ได้ถึงกับแรงเวอร์ อาจเพราะเป็น Multimode 2-in-1 ที่เน้นการทำงานได้หลากหลายรูปแบบในเครื่องเดียว แต่สำหรับการใช้งานทั่วๆไปรับรองว่าสามารถทำได้ดีเลยครับ

ผลการทดสอบด้วย Street Fighter IV ได้คะแนน 7,079 ค่าเฟรมเรทเฉลี่ย 37.23FPS ก็อยู่ในระดับที่พอใช้ได้ แต่อาจไม่เหมาะกับเกมที่มีภาพกราฟิกหนักๆสักเท่าไหร่ โดยถ้าจะเล่นก็อาจจะต้องปรับภาพลงมาอยู่ในระดับปานกลางครับ

สรุป
Lenovo Flex 20 ถือว่าเป็น Multimode 2-in-1 อีกหนึ่งเครื่องที่น่าสนใจไม่น้อย เพราะสามารถรองรับการทำงานได้หลากหลายรูปแบบ สเปคที่ให้มาก็ถือว่าพอใช้ได้สามารถรองรับการทำงานในชีวิตประจำวันของเราทั้งการดูหนัง ฟังเพลง เล่นเกมสุดโปรด ได้แบบสบายๆ รวมถึงดีไซน์ที่ดูสวยงามหรูหรา วัสดุที่ใช้และงานประกอบก็มีความคงทน แข็งแรง แถมยังมีอุปกรณ์เสริมต่างๆเพื่อช่วยเปลี่ยนการเล่นธรรมดาให้ดูสนุกสนานมากยิ่งขึ้นอีกด้วย โดยภาพรวมแล้วถือว่าอยู่ระดับดีเลยทีเดียว สำหรับราคานั้นอยู่ที่ 32,990 บาท ก็ถือว่าเป็นราคาที่ดูสมเหตุสมผลดีครับ

จุดเด่น
- รองรับระบบทัชสกรีน 10 จุด
- สามารถใช้งานได้ทั้ง Stand Mode และ Tablet Mode
- มีอุปกรณ์เสริม Joystick & Striker ช่วยให้การเล่นเกมดูมีสีสันมากขึ้น
Auro Interface ที่สามารถใช้งานได้มากกว่า 2 คนขึ้นไป

ข้อสังเกต
- แบตฯสามารถใช้งานได้เพียง 2-3 ชั่วโมงเท่านั้น
- เวลาเสียบที่ชาร์จแบตฯอาจทำให้ระบบทัชสกรีนทำงานไม่สมบูรณ์เท่าที่ควร