รีพับลิคออฟเกมเมอส์เปิดตัว Zephyrus S (GX531)

MissIT | 22 ส.ค. 2561 13:23:06

1509

VIEWS MissIT

รีพับลิคออฟเกมเมอส์เปิดตัวZephyrus S (GX531)

เกมมิ่งโน้ตบุ๊คที่มาพร้อมขุมพลัง Intel Core i7-8750H CPU และ NVIDIA GeForce GTX 1070 Max-Q GPUที่มีขนาดตัวเครื่องบางที่สุดในโลกพร้อมหน้าจอแบบ144Hzและ Windows 10 Pro

KEY POINTS

  • เกมมิ่งโน้ตบุ๊คที่บางที่สุดในโลก 14.95~15.75มมพร้อม Intel Core i7-8750H CPU และ NVIDIA GeForce GTX 1070 Max-Q หรือ GTX 1060 GPU
  • การแสดงผลภาพอันทรงพลังบนหน้าจอที่มีขอบบางเป็นพิเศษ ด้วยรีเฟรชเรทสูง 144Hz และอัตราการตอบสนองการแสดงผลภาพเร็วสูง 3 ms ให้ภาพกราฟิกสำหรับการเล่นเกมที่ลื่นไหลไร้อาการเบลอ
  • ระบบ Active Aerodynamic System (AAS) ของ ROG ที่ได้รับการจดสิทธิบัตร ระบบระบายความร้อนที่เหมาะสม ด้วยนวัตกรรมการถ่ายเทความร้อน และพัดลมแบบ 83 ใบพัดเพื่อประสิทธิภาพสูงสุดบนดีไซน์บางเฉียบ

รีพับลิคออฟเกมเมอส์ (ROG) ประกาศเปิดตัว Zephyrus S (GX531), รุ่นใหม่ล่าสุดในซีรีย์ ROG Zephyrus ซึ่งนับเป็นความสำเร็จครั้งใหม่สำหรับเกมมิ่งโน้ตบุ๊คที่เน้นความบางเป็นพิเศษ

ที่ระดับความบางเพียง 14.95 ~ 15.75 มม. ทำให้ Zephyrus S นั้นบางกว่า Zephyrus รุ่นแรก (GX501) ถึงกว่า 12% ตัวเครื่องถูกติดตั้งมาด้วยโปรเซสเซอร์รุ่นล่าสุด Intel® Core i7-8750H และกราฟิกการ์ด NVIDIA® GeForce® GTX 1070 Max-Q สมบูรณ์แบบทั้งสำหรับการทำงานและการเล่นเกมหน้าจอขนาด 15.6 นิ้วพร้อมรีเฟรชเรทสูง 144Hz, อัตราการตอบสนองการแสดงผลเร็วสูง 3ms ในกรอบจอบางเฉียบทำให้ได้ตัวเครื่องขนาดเทียบเท่า 14.2 นิ้ววัสดุตัวเครื่องเป็นโลหะทั้งหมดทำให้มีความแข็งแรงทนทานถึงระดับมาตรฐานทางการทหาร (military-grade) โดยยังคงไว้ซึ่งการออกแบบที่สวยงามด้วยเส้นสายที่ทันสมัยและการตกแต่งเสริมความพรีเมียมระบบระบายความร้อนที่มีความล้ำหน้าทำให้มั่นใจได้ถึงประสิทธิภาพการทำงานที่ยอดเยี่ยมของทุกชิ้นส่วนจากคุณสมบัติที่รวมอยู่ใน Active Aerodynamic System (AAS) — การออกแบบและวิศวกรรมที่เป็นสัญลักษณ์แห่งคุณภาพของ Zephyrus series

 

ตัวเครื่องเป็นโลหะทั้งหมดรวมทั้งการดีไซน์และฟังก์ชั่นการใช้งานที่ยอดเยี่ยม

หนึ่งในความท้าทายที่สำคัญที่สุดในการรังสรรค์เกมมิ่งโน้ตบุ๊คที่มีความบางเช่นนี้คือการทำให้มั่นใจว่าตัวเครื่องนั้นจะมีความสมดุลทั้งในด้านของความแข็งแรงและน้ำหนัก : Zephyrus S ใช้วัสดุโลหะผสมระหว่างอลูมิเนียมและแม็กนีเซียมในตัวโครงสร้างเพื่อให้ได้มาซึ่งความสมดุลดังกล่าวชิ้นส่วนประกบทั้งด้านบนและล่างถูกขึ้นรูปอย่างบรรจงจากอลูมิเนียมที่มีความแข็งแกร่ง กระบวนการ CNC-milling อันละเอียดอ่อนนี้ใช้เครื่องเครื่องมือในการขัดเกลาถึงห้าขั้นตอนเป็นเวลาเกือบ 72 นาทีเพื่อรังสรรค์รายละเอียดอันปราณีตและขนาดที่สมบูรณ์แบบ ได้มาซึ่งฝาประกบที่แข็งแกร่งอย่างไม่น่าเชื่อแต่ยังคงไว้ซึ่งความบางอีกทั้งยังช่วยทำให้ตัวเครื่อง Zephyrus S มีความทนทาน : โดยเครื่องต้นแบบสำหรับการทดสอบได้ผ่านมาตรฐานความทนทานระดับทางการทหารต่อแรงสั่นสะเทือนและการกระแทก

ลวดลายบนผิวฝาจอเป็นแบบคอนทราสต์เสริมความโดดเด่น : การอโนไดซ์แบบสองขั้นตอนทำให้ผิวสัมผัสมีความเรียบหรูและเสริมความโดดเด่นด้วยสีทองแดงขณะที่เส้นตัดเฉียงทำหน้าที่แบ่งหน้าผิวสัมผัสที่โดดเด่นสองฝั่งเช่นเดียวกับพื้นที่บริเวณเหนือคีย์บอร์ดที่มีการตกแต่งด้วยเส้นตัดทแยงในลักษณะเดียวกัน ทำให้ Zephyrus S มีสไตล์ที่โดดเด่นบานพับดีไซน์แบบขากรรไกรซ่อนความโดดเด่นของตัวเครื่องจนกว่าจะถูกเปิดขึ้น เผยให้เห็นถึงหน้าจอและช่องดูดลมเข้าอันเป็นเอกลักษณ์ของ Zephyrus

 

การแสดงผลภาพอันยอดเยี่ยมเป็นไปได้ด้วยหน้าจอแบบ super-narrow-bezel

ขอบหน้าจอแบบบางพิเศษทำให้หน้าจอขนาด 15.6 นิ้วสามารถติดตั้งอยู่บนตัวเครื่องขนาด 14.2 นิ้วได้ทำให้ตัวเครื่องZephyrus S มีขนาดเล็กลงและสามารถใช้งานในพื้นที่ๆจำกัดยิ่งกว่ารุ่นก่อนหน้านอกจากนั้นแล้วขอบจอที่บางพิเศษยังช่วยให้ได้ประสบการณ์การเล่นเกมที่ยอดเยี่ยมยิ่งกว่าอีกด้วย

ตั้งแต่การนำเสนอ Zephyrus รุ่นแรก ASUS ได้ทำงานร่วมกับ AUO ผู้ผลิตหน้าจอรายใหญ่อย่างใกล้ชิดเพื่อให้มั่นใจได้ว่าเกมมิ่งโน้ตบุ๊คของ ROG จะใช้แต่หน้าจอที่ดีที่สุดสำหรับการเล่นเกมเท่านั้นโดยหน้าจอแบบ 120Hz ที่ติดตั้งบนเครื่องรุ่นแรกนั้นมีรีเฟรชเรทที่สูงกว่าหน้าจอแบบธรรมดาทั่วไปถึงกว่าเท่าตัวขณะที่ Zephyrus S ให้รีเฟรชเรทที่สูงขึ้นไปอีกถึง 144Hz และยังลดอาการภาพเบลอและเงาภาพที่อาจเกิดขึ้นโดยการลดอัตราการตอบสนองในการแสดงผลไปที่ระดับ 3 ms

ไม่ได้มีเพียงความรวดเร็วในการแสดงผลเท่านั้นหน้าจอแบบ IPS AHVA ยังสามารถแสดงผลภาพได้อย่างยอดเยี่ยมเช่นกันโดยสามารถแสดงสีสันได้ครอบคลุม 100% ของมาตรฐานสีแบบ sRGB ให้ความมั่นใจได้ถึงสีสันที่สดใสและมุมมองที่กว้างสบายตาไม่มีอาการเพี้ยนของสีเมื่อมองจากมุมเฉียง

 

ระบบระบายความร้อนที่ยอดเยี่ยมเพื่อประสิทธิภาพเต็มร้อย

ระบบระบายความร้อนเป็นองค์ประกอบสำคัญที่สำคัญที่สุดสำหรับ Zephyrus S เนื่องจากข้อจำกัดทางวิศวกรรมในการออกแบบให้ได้มาซึ่งความบางเป็นพิเศษแต่ก็เป็นสิ่งที่เราไม่ลดละเพื่อให้ได้ประสิทธิภาพที่ดีที่สุดด้วยเหตุนี้ทำให้วิศวกรด้านการระบายความร้อนของ ASUS และ ROG ได้พัฒนาระบบที่เป็นนวัตกรรมอย่าง Active Aerodynamic System (AAS) บน Zephyrus รุ่นแรกโดยเมื่อยกหน้าจอของตัวเครื่องขึ้นก็จะเป้นการเปิดช่องลมพิเศษบริเวณด้านใต้ของตัวเครื่องเพื่อให้ดึงลมเย็นเข้าภายในได้มากขึ้นเช่นเดียวกันกับ AAS บน Zephyrus S ที่เปิดช่องลมให้มากขึ้นถึง 5มม. ตลอดทั้งแนวด้านหลังของตัวเครื่องเพื่อให้ได้ปริมาณไหลเวียนของอากาศที่มากขึ้นถึง 22% เมื่อเทียบกับการออกแบบเดิมๆนอกจากนั้นแล้วยังมีลมไหลเวียนเข้าผ่านทางช่องคีย์บอร์ดและการวางตำแหน่งคีย์บอร์ดบริเวณด้านหน้าของตัวเครื่องยังช่วยให้มีพื้นที่ในการระบายความร้อนที่มากยิ่งขึ้นอีกด้วย

ภายในตัวเครื่องของ Zephyrus S มีฮีทไปป์ทั้งหมดห้าเส้นทำหน้าที่ดึงความร้อนออกจาก CPU และ GPU พร้อมทั้งแผงวงจรไฟฟ้าแบบ VRM ที่จะทำหน้าที่จ่ายไฟให้กับระบบโดย CPU และ GPU ได้ถูกเชื่อมต่อเข้ากับชุดฮีทซิ้งค์ทั้งที่ทำหน้าที่อย่างอิสระและใช้ร่วมกันเพื่อให้มั่นใจได้ว่าการระบายความร้อนจะมีประสิทธิภาพสามารถรับมือกับการใช้งานทุกประเภทและชิ้นส่วนต่างๆที่มีการใช้พลังงานจะมีอุณหภูมิต่ำกว่า 80°C เพื่อให้มีเสถียรภาพในการใช้งานในระยะยาวคลื่นความร้อนจะถูกนำออกผ่านทางฮีทไปป์ไปสู่ชุดฮีทซิ้งค์และช่องระบายลมร้อนทั้งหมดสี่ชุดที่มุมด้านหลังของตัวเครื่องมากกว่าที่มีบน Zephyrus รุ่นแรกเป็นเท่าตัว

การทำให้ชุดฮีทซิ้งค์ปราศจากฝุ่นละอองและสิ่งสกปรกนับเป็นเป็นสิ่งสำคัญในการรักษาประสิทธิภาพการระบายความร้อนเป็นเหตุผลที่ทีมวิศวกรได้เพิ่มพัดลมที่สามารถทำความสะอาดตัวเองได้โดยทำการไล่ฝุ่นละอองต่างๆออกจากระบบผ่านทางช่องระบายฝุ่นคุณสมบัติพิเศษนี้จะช่วยป้องกันไม่ให้เกิดการสะสมที่อาจเกิดขึ้นบนครีบระบายความร้อนเพื่อให้มั่นใจได้ถึงการระบายความร้อนที่มีเสถียรภาพในการใช้งานระยะยาวที่ดียิ่งขึ้น

ด้วย 83 ใบพัดบนพัดลมคู่แบบ AeroAcceleratorความแรง 12V มีจำนวนใบพัดมากกว่าพัดลมของ Zephyrusรุ่นแรกถึง 17% การไหลเวียนอากาศยังทำได้ดียิ่งขึ้นจากรูปทรงของใบพัดอลูมิเนียมซึ่งมีขอบใบพัดที่โค้งมนและยกปลายขอบเพื่อนำลมเข้าสู่บริเวณใบพัดได้มากยิ่งขึ้นความเร็วในการหมุนถูกกำหนดด้วยชุดคำสั่งอัจริยะที่ถูกตั้งค่าเป็นโปรไฟล์สามรูปแบบโดยปุ่มลัดบนคีย์บอร์ดทำให้ผู้ใช้สามารถสลับเปลี่ยนโหมดการใช้งานระหว่าง Overboost mode สำหรับประสิทธิภาพในการเล่นเกมระดับสูงสุด, Silent mode สำหรับเสียงรบกวนที่น้อยที่สุด, และ Balanced mode เพื่อความสมดุลในการใช้งาน

 

ปรับแต่งไฟRGB ด้วยAura Sync

ไฟ RGB ที่ถูกติดตั้งมาบน Zephyrus S จะทำให้เกมเมอส์สามารถปรับแต่งเอฟเฟคท์ต่างๆได้ตามต้องการหรือจะปรับให้เข้ากับอารมณ์ของเกมที่กำลังเล่นอยู่ก็สามารถทำได้ ไฟเรืองแสงบนคีย์บอร์ดแยกอิสระสี่โซน และยังมีหลอดไฟ LEDs แสดงให้เห็นถึงการทำงานภายในช่องลมของระบบ AAS นอกจากนั้นแล้ว Aura Sync ยังเชื่อมโยงสีสันและเอฟเฟคท์ต่างๆของอุปกรณ์ต่อพ่วงต่างๆที่รองรับเข้าไว้ด้วยกันเช่นชุดหูฟัง ROG Delta และเม้าส์ Gladius II Origin ทำให้การปรับแต่งตามความชอบของคุณเป็นไปได้ง่ายยิ่งขึ้นด้วยการคลิกเพียงไม่กี่ครั้งการปรับแต่งไฟบนแอพพลิเคชั่นของผู้พัฒนาอื่นๆก็สามารถทำได้ผ่านทาง Aura SDK โดย ROG กำลังทำงานร่วมกับนักพัฒนาทั้งหลายเพื่อการรองรับเกมและแอพพลิเคชั่นอื่นๆที่จะมีมากขึ้นในอนาคต

 

Armoury Crate — ศูนย์ควบคุมที่ได้รับการปรับเปลี่ยนใหม่ทั้งหมด

จากที่เคยเป็น ROG Game Center ตอนนี้ได้เปลี่ยนมาเป็น Armoury Crate ซึ่งรวบรวมเอาฮาร์ดแวร์ต่างๆของ ROG มาไว้บนยูทิลิตี้เดียว ทำให้สามารถเข้าถึงฟังค์ชั่นต่างๆได้อย่างง่ายดายการตั้งค่าต่างๆของระบบรวมไปถึงการปรับแต่งไฟด้วย Aura Sync นั้นทำได้ง่ายเพียงปลายนิ้วหรือผู้ใช้สามารถบันทึกการตั้งค่าต่างๆตามความชอบเป็นรูปแบบได้มากถึงสี่โปรไฟล์ — ซึ่งการตั้งค่าต่างๆจะถูกเรียกใช้งานโดยอัตโนมัติเมื่อมีการเปิดเกมที่ได้เลือกไว้ Armoury Crate ยังมาพร้อมกับโปรแกรมเสริม Mobile Dashboard สำหรับ Androidและ iOS รวมไปถึงความสามารถอื่นๆที่จะมีเพิ่มขึ้นจากการอัพเดทในอนาคต

 

ตำแหน่งคีย์บอร์ดบริเวณด้านหน้าของตัวเครื่อง

นอกจากวัตถุประสงค์หลักในการวางตำแหน่งคีย์บอร์ดไว้ที่บริเวณด้านหน้าของ Zephyrus S ที่จะช่วยเอื้อต่อการระบายความร้อนแล้วมันยังทำให้ผู้ใช้สามารถวางมือได้อย่างสะดวกสบายเหมือนกับการใช้งานเครื่องแบบเดสก์ท็อปอีกด้วยเทคโนโลยี Overstroke ทำให้ผู้ใช้สามารถกดได้เร็วยิ่งขึ้นและมีอัตราการตอบสนองที่ดียิ่งกว่านอกจากนั้นแล้ว ระยะการกดที่ 1.2มม.ยังให้ความรู้สึกในการใช้งานที่ดียิ่งขึ้นอีกด้วยตัวปุ่มมีความทนทานต่อการกดได้มากถึง 20 ล้านครั้งเพื่อรับมือกับการใช้งานที่หนักหน่วง และฟังค์ชั่น N-key rollover ยังช่วยทำให้มั่นใจได้ว่าการกดแต่ละครั้งจะทำงานได้อย่างแม่นยำไม่ว่าจะกดพร้อมๆกันกี่ปุ่มก็ตาม

 

ระบบเสียงรอบทิศทางที่ดีขึ้นอีกระดับ

Zephyrus S ถูกติดตั้งมาพร้อมกับระบบเสียงที่ได้รับการปรับปรุงให้ดียิ่งขึ้นลำโพงคู่แบบ front-facing ติดตั้งอยู่บริเวณข้อพับจอทำหน้าที่ขับกำลังเสียงจากเทคโนโลยี smart-amplifier ที่จะควบคุมดอกลำโพงให้อยู่ในภาวะการทำงานที่เหมาะสมทำให้สามารถเร่งระดับเสียงได้ดังยิ่งขึ้นโดยปราศจากอาการเสียงเพี้ยนหรืออาการลำโพงแตก Sonic Studio III เพิ่มการจำลองเสียงรอบทิศทางเพื่อให้ได้เสียงที่โอบล้อมยิ่งขึ้นผ่านทางชุดหูฟัง และยังสามารถใช้งานระบบ APO injection ที่จะช่วยจำลองเสียงแบบรอบทิศทางได้บนอุปกรณ์ที่หลากหลายยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นชุดหูฟังแบบอนาล็อครวมไปถึงชุดหูฟังแบบ USB, DAC แบบต่อแยกภายนอก, และอุปกรณ์ VR

 

หน่วยจัดเก็บข้อมูลและการเชื่อมต่อ

Intel Core i7-8750H CPU ในZephyrus S นั้นได้รับการสนับสนุนการทำงานจากแรมความเร็วสูงแบบ DDR4 2666MHzและสตอเรจแบบ NVMe®ขณะที่ Wi-Fi แบบ 802.11ac Wave 2 จะทำหน้าที่เชื่อมต่อกับเครือข่ายที่รองรับที่ระดับความเร็วสูงกว่าระดับความเร็วแบบกิกกะบิท[i] USB 3.1 Gen 2 Type-C(USB-C) และพอร์ท HDMI 2.0 ports รองรับการต่อหน้าจอแยกภายนอกและ TV ขนาดใหญ่ให้ผู้ใช้สามารถต่อหน้าจอแยกได้ถึงสองจอพร้อมๆกันนอกจากนั้นยังมีพอร์ท USB อีกหลายพอร์ทรวมไปถึง USB 3.1 Gen 2 Type-A เพื่อรองรับการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ต่อพ่วงสำหรับการเล่นเกมรวมไปถึงสตอเรจแบบพกพาอีกด้วย

 

ความทรงพลังอันสมบูรณ์แบบสำหรับทั้งการทำงานและการเล่นเกม

Zephyrus S สามารถรับมือกับการทำงานอันหนักหน่วงได้เช่นเดียวกับการเล่นเกมสุดโหดด้วยโปรเซสเซอร์รุ่นล่าสุดเจนเนอเรชั่นที่ 8 Intel Core i7-8750H ที่มีหกคอร์และ 12 เธรดที่จะให้พลังในการประมวลผลแบบคู่ขนานที่สามารถรับมือกับการทำงานที่ต้องใช้พลังประมวลผลระดับสูงไม่ว่าจะเป็นการคอมไพล์, งานเรนเดอร์, และการสร้างคอนเทนท์โดยคอร์ประมวลผลที่เพิ่มมากขึ้นยังสามารถรับมือกับการทำงานแบบมัลติทาสก์ได้อีกด้วยไม่ว่าจะเป็นการเล่นเกมและสตรีมมิ่ง, บันทึกวิดิโอ, และทำอย่างอื่นไปพร้อมๆกันได้กราฟิกการ์ด GeForce 10-series — สูงสุดถึง GTX 1070 with Max-Q Design — ยกระดับประสิทธิภาพการทำงานของแอพพลิเคชั่นที่รองรับให้สูงยิ่งขึ้นที่สำคัญไปกว่านั้นคือกราฟิกการ์ดดังกล่าวสามารถให้เฟรมเรทหลักร้อยบนเกมที่ได้รับความนิยมหลากหลายเกม ให้หน้าจอที่ถูกติดตั้งมาได้ทำงานอย่างเต็มประสิทธิภาพ