Article : ทดสอบประสิทธิภาพ Kirin 980 บน Huawei Mate 20 Series เมื่อความแรงแบบขั้นสุดมาจุติบนสมาร์ทโฟนแล้ว !!

เฮียแม็พ | 21 ต.ค. 2561 11:41:27

4186

VIEWS เฮียแม็พ

Article : ทดสอบประสิทธิภาพ Kirin 980 บน Huawei Mate 20 Series
เมื่อความแรงแบบขั้นสุดมาจุติบนสมาร์ทโฟนแล้ว !!

เรียกว่าเปิดตัวมาได้อย่างยิ่งใหญ่สำหรับ Huawei Mate 20 Series สมาร์ทโฟนเรือธงรุ่นใหม่ของ Huawei ที่มาพร้อมกับความน่าสนใจมากมาย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของกล้องหลังมากความสามารถ ดีไซน์ทรงสวยน่าสัมผัส หรือจะเป็นเรื่องของหน่วยประมวลผลตัวใหม่ล่าสุด Kirin 980 ที่เริ่มใช้จริงแล้วบนรุ่นนี้นี่แหละ เอว่าแต่ชิปเซ็ตตัวใหม่ที่ว่านี้โดดเด่นทางด้านไหนบ้างนะ และเมื่อเทียบกับรุ่นก่อนอย่าง Kirin 970 แล้วจะดูก้าวกระโดดไปแค่ไหน มาเริ่มกันเลยดีกว่าเนาะ :D

Kirin 980 ชิปเซ็ต นาโนเมตรรุ่นแรกของโลก !

ก่อนอื่นเลยเรามาทำความรู้จักเจ้าชิปเซ็ต Kirin 980 ตัวนี้กันก่อน สำหรับ Kirin 980 นี้ก็ถือว่าเป็นชิปเซ็ต นาโนเมตรรุ่นแรกของโลก ทราบกันว่าชิปเซ็ตในปัจจุบันนั้นนอกจากเรื่องประสิทธิภาพที่ต้องเร็วแรงแล้ว ในส่วนของการใช้พลังงานก็ควรที่จะประหยัดมากขึ้นด้วย

ซึ่งปัจจุบันเราจะเห็นว่าชิปเซ็ตที่ใช้กันอยู่ทั่วไปบนรุ่นเรือธงจะใช้แบบ 10 นาโนเมตรก็จัดการในเรื่องพลังงานได้ดีมากอยู่แล้ว แต่ถ้าเกิดมันสามารถเล็กลงได้กว่าเดิมอีกล่ะ ก็จะช่วยในเรื่องการกินพลังงานที่น้อยลงไปอีกได้ด้วย ซึ่งชิปเซ็ต Kirin 980 นี้ก็ใช้สถาปัตกรรมแบบ นาโนเมตรใช้ซีพียูแบบ Octa-core พร้อมรูปแบบใหม่ที่ทาง Huawei พัฒนาขึ้นมา พร้อมจีพียูตัวใหม่ล่าสุด Mali-G76

ซีพียูแบ่งการทำงานแบบใหม่ประหยัดพลังงานมากขึ้น

ในส่วนของซีพียูของ Kirin 980 จะใช้เป็น CPU Cortex-A76 Quad-Core + Cortex-A55 Quad-Core ร่วมการทำงานในแบบ Big.Middle.Little ซึ่งถือว่าเป็นการร่วมกันประมวลผลในแบบใหม่ที่ทาง Huawei พัฒนาขึ้นมาเลย โดยปกติแล้วการทำงานระบบ Octa-core บนชิปเซ็ตของสมาร์ทโฟนจะแบ่งออกเป็น Big.Little หรือแบ่งการทำงานเป็น ตัวแรงไว้ใช้งานหนักๆกับ ตัวเบาไว้ใช้งานทั่วไป

ซึ่งในรูปแบบใหม่ที่มีการเพิ่ม Middle เข้ามานั้นจะช่วยในเรื่องการประมวลผลตรงกลางที่เป็นส่วนที่ยังไม่มีในสถาปัตยกรรมแบบเก่า โดยบน Kirin 980 นี้จะแบ่งออกเป็น 2 Core แรง (Cortex-A76 2.6GHz) + 2 Core กลาง (Cortex-A76 1.92GHz) + 4 Core เบา (Cortex-A55 1.8GHz)ทั้ง ตัวนี้สามารถทำงานที่ละชุดได้หรือร่วมกันทั้งหมดได้ด้วย

ซึ่งในส่วนของประสิทธิภาพของ Kirin 980 ที่เป็น 7 นาโนเมตรเทียบกับ Kirin 970 เดิมที่เป็นแบบ 10 นาโนเมตรก็จะได้ประสิทธิภาพที่มากขึ้นถึง 75% ส่วนการประหยัดพลังานแบบใหม่ก็ประหยัดกว่าเดิมถึง 58% เลยทีเดียวครับ ส่วนในเรื่องของชิปกราฟิก Mali-G76 เทียบกับ Mali-G72 เดิมบน Kirin 970 เพิ่มประสิทธิภาพมากขึ้นถึง 46% และประหยัดพลังงานได้สูงถึง 178% อีกด้วยครับ ! ไม่ธรรมดาเลยชิปเซ็ตตัวใหม่นี้

ทดสอบประสิทธิภาพกันหน่อย

เชื่อว่ามาถึงจุดนี้ในเรื่องของคะแนนทดสอบอาจจะไม่ได้ชี้ชัดสำหรับการทำงานจริงสักเท่าไหร่แล้ว แต่สำหรับใครที่อยากเห็นคะแนนทดสอบ เราก็จะกดเทสให้ ซึ่งตรงตัวเลขนี้คงพอเห็นภาพได้มากที่สุดว่าตัวชิปเซ็ตใหม่อย่าง Kirin 980 บน Mate 20 Pro นี้เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนอย่าง Kirin 970 บน Mate 10 Pro จะสูงขึ้นสักแค่ไหนเนาะ

สำหรับคะแนนทดสอบจากแอป AnTuTu Benchmark เมื่อเทียบกันจริงๆก็เรียกว่าเห็นคะแนนที่ต่างกันพอสมควรเลยทีเดียวล่ะ โดย Mate 20 Pro ได้คะแนนไปที่ 296988 คะแนน ซึ่งเมื่อเทียบกับ Mate 10 Pro ที่ได้ 210386 คะแนน ก็ถือกว่าว่าสูงเกือบๆ 80,000 คะแนนเลยทีเดียว เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัดครับ

ส่วนประสิทธิภาพของ CPU ผ่านแอป GeekBench 4.0 คะแนนของ Mate 20 Pro ที่ออกมาก็เห็นชัดว่าเยอะขึ้นมาจริงๆ อย่างในหมวด Single-Core ได้ไปที่ 3389 ส่วน Multi-Core ได้ 10061 ในขณะที่ Mate 10 Pro ได้ไปที่ Single-Core 1912 และ Multi-Core 6784 คะแนนครับ

ลงสนามจริงเลยดีกว่า !

เห็นคะแนนมาก็เยอะ ประสิทธิภาพที่พูดถึงก็มากมาย แต่ถ้าจะใช้งานจริงพวกนี้ก็คงเป็นเรื่องการเล่นเกมหรือประมวลผลหนักๆนี่แหละเนอะ ซึ่งเกมยอดฮิตหลายๆคนชอบถามว่าเล่นได้ดีแค่ไหนก็อย่าง ROV หรือ PUBG นี่แหละ ซึ่งจากการทดสอบคร่าวๆแน่นอนว่าอัตราเฟรมเรตนั้นทำได้ดีมากๆ รันนิ่งๆที่ 60 - 61fps ตลอดทั้งเกม ไม่เจออาการเฟรมเรตตกจนน่าใจหาย

ส่วน PUBG ในช่วงที่เราทดสอบอยู่นี้ตัวเกมยังไม่สามารถปรับคุณภาพของกราฟิกได้ (มีให้เลือกสูงสุดแค่ Medium) เนื่องจากตัวฮาร์ดแวร์ค่อนข้างใหม่ อาจจะต้องรอการอัปเดตจากทางเกมเองและ Huawei เองด้วยเพื่อให้ใช้งานได้ราบรื่นกว่านี้ รวมไปถึงเกมอื่นๆที่อาจจะยังไม่มีให้ดาวน์โหลดบน Play Store ด้วย ตรงนี้เชื่อว่าเมื่อเครื่องวางจำหน่ายจริงปัญหาเหล่านี้จะหมดไปแน่นอนครับ :D

ประมวลผลได้เร็วขึ้น ใช้งานด้านอื่นๆก็ด้วย

นอกเหนือจากการใช้งานด้านประมวลผลหนักๆแล้ว ในเรื่องอื่นๆตัวชิปเซ็ต Kirin 980 ที่มาพร้อมกับ Dual NPU ก็ช่วยให้ทำงานได้ดียิ่งขึ้นมาก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการถ่ายภาพที่ใส่ระบบ Dual ISP เข้าไปเพิ่มการประมวลผลในการถ่ายภาพได้มากถึง 40% ทำให้ภาพคมชัดมากขึ้นได้ และนี่คือเหตุผลหนึ่งที่ทาง Huawei เลือกตัดเลนส์ Monochrome ออกเพราะมีตัว Dual ISP เข้ามาช่วยจัดการตรงนี้แทนแล้วนั่นเอง

วิเคราะห์แยกแยะภาพถ่ายหรือที่เรียกกันว่า AI Scene ต่างๆได้แม่นยำและเร็วขึ้นกว่าเดิมด้วย

 

เร็วจนสามารถแยกแยะการขยับหรือข้อต่อของคนได้แบบเรียลไทม์จนสามารถใช้งานเป็นรูปแบบของวิดีโอได้เลย แทร็กกิ้งตำแหน่งต่างๆได้อย่างแม่นยำมากขึ้นไปอีก

ระบบเน็ตเวิร์คที่เร็วกว่าเคย !

ในส่วนของระบบเน็ตเวิร์ค ทาง Huawei ก็เป็นผู้นำด้านนี้มาอยู่แล้วเพราะฉะนั้นการที่จะใส่ลงไปบนชิปเซ็ตตัวท็อปนี้ก็คงไม่ใช่เรื่องแปลกเท่าไหร่ บน Kirin 980 นี้ใช้โมเด็มที่รองรับคลื่นความถี่ LTE ที่ Cat.214X4 MIMOรองรับ 5CA สามารถทำความเร็วการดาวน์โหลดได้สูงสุดถึง 1.4Gbps เรียกว่าสูงที่สุดในท้องตลาดตอนนี้แล้วแหละ

ส่วนเรื่องของระบบ GPS รุ่นนี้ใช้การจับตำแหน่งแบบคู่ Dual-Frequency ช่วยให้ความแม่นยำของ GPS นั้นแม่นยำมากขึ้น พร้อมใช้งานทั้งในที่อับสัญญาณกว่าเคยครับ

ครบจบในตัวเดียวจริงๆ !

เป็นอย่างไรกันบ้างครับ ชิปเซ็ต Kirin 980 บน Huawei Mate 20 Series นี้เรียกว่าจัดมาครบครันจริงๆ ทั้งในเรื่องการเล่นเกมที่เหล่าๆเกมเมอร์ที่อยากได้สเปคเทพเล่นเกมเฟรมเรตนิ่งๆสบายใจได้, การถ่ายภาพที่ก็ทำได้รวดเร็วไปจนถึงระดับวิดีโอกันแล้ว ส่วนเรื่องเน็ตเวิร์คต่างๆก็ครบดีมาก แต่นี่ก็เป็นเพียงส่วนหนึ่งของ Mate 20 Series เท่านั้น ยังมีอะไรน่าสนใจอีกเยอะบนรุ่นใหม่นี้ แต่สำหรับวันนี้ เฮียแม็พ. TechXcite คงต้องลาไปก่อนครับ บทความหน้าจะมีเรื่องอะไรอีกนั้น รอติดตามกันได้เลย :D

 

บทความโดย : เฮียแม็พ. TechXcite