Review: Xiaomi Mi Mix3 มือถือจอสไลด์ ไร้รอยบาก กล้องเจ๋ง CPU แจ่ม!

กู๊ดดรีม | 11 มี.ค. 2562 11:47:48

6092

VIEWS กู๊ดดรีม

Review: Xiaomi Mi Mix3 มือถือจอสไลด์ ไร้รอยบาก กล้องเจ๋ง CPU แจ่ม! 

สวัสดีเพื่อนๆชาว TechXcite ทุกท่าน พบกับ กู๊ดดรีม TechXcite และวันนี้ดรีมมาพร้อมสมาร์ทโฟนตัวท้อป ล่าสุดจากฟากฝั่งของ Xiaomi ในตอนนี้อย่าง Xiaomi Mi Mix3 ซึ่งมีการนำนวัตกรรมหน้าจอสไลด์มาใช้งานเพื่อลดสิ่งกีดขวางทางสายตาบนหน้าจออย่างเก๋ไก๋ ซึ่งนอกจากเรื่องของหน้าจอนวัตกรรมใหม่แล้ว เรื่องของสเปคก็ไม่ธรรมดา แหงล่ะ ตัวเรือธงทั้งที จะใส่มาเล่นๆได้ไง ว่าแล้วก็ไปแกะกล่องพร้อมกัน

จะใช้คำว่าแกะก็ไม่ได้เพราะ Packaging จะต้องเปิดฝาออกมา เก๋ไก๋หรูหรา จัดวางในกล่องขนาดสี่เหลี่ยมจัตุรัส มีล็อคแบ่งอุปกรณ์ชัดเจนซึ่งสิ่งที่อยู่ในกล่องก็จะมี

  • ตัวเครื่อง Xiaomi Mi Mix3
  • สายชาร์จ USB Type C
  • Adaptor
  • Wireless Charger แท่นชาร์จไร้สาย
  • ตัวแปลงพอร์ต USB Type-C เป็นช่องหูฟัง 3.5 มิลลิเมตร
  • เคส
  • เข็มจิ้มถาดซิม
  • ใบรับประกัน / คู่มือการใช้งาน

ตัวเครื่องเซรามิกทนทาน แวววาว

มาดูบอดี้กันก่อนเช่นเคย เริ่มจากขนาดหน้าจอ Amoled กว้าง 6.39 นิ้ว ความละเอียด FHD+ ในอัตราส่วนแบบ 19.5:9 การแสดงผลเต็มพื้นที่ จุใจไปเลยจ้า ตัวเครื่องทำมาจากวัสดุเป็นเซรามิกแข็งแรงทนทานด้วยน้ำหนัก 218 กรัม  ฝาหลังมันวาวสวย ซึ่งความพิเศษของตัวนี้คือการเป็นสมาร์ทโฟนที่ไร้รอยแหว่ง รอยบากและติ่งทุกชนิด ซึ่งถ้าใครสงสัยว่า อ้าว..แล้วกล้องหน้าจะไปอยู่ที่ไหน คำตอบเพียงแค่สไลด์หน้าจอลงด้านล่างก็จะปรากฏเป็นกล้องหน้าที่ทุกคนตามหา

ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์การใช้งานพื้นที่บนหน้าจอให้คุ้มค่าที่สุดสมกับเป็นสมาร์ทโฟนสำหรับคนยุคใหม่ ทีนี้เชื่อว่าหลายคนก็อาจจะไม่มั่นใจอีกว่า เมื่อมันเป็นหน้าจอสไลด์แบบนี้แล้วมันจะทนทานพังง่ายหรือเปล่า ก็ต้องบอกต่อว่าในเรื่องนี้มีผลการทดสอบออกมาว่าสามารถสไลด์ขึ้นลงได้มากถึง 300,000 ครั้ง ซึ่งถ้าพูดตามความเป็นจริงถึงการใช้งานแล้ว 300,000 ครั้ง นับว่าใช้งานได้มากพอกับอายุการใช้งานของโทรศัพท์เครื่องนึงซะอีก เพราะฉะนั้นแล้วเรื่องความทนทานของการสไลด์ขึ้นลง สามารถสบายใจได้ว่าไม่พังง่ายแน่นอน ซึ่งนอกจากการสไลด์เพื่อเปิดกล้องหน้าแล้ว ยังใช้ประโยชน์ในการรับสายได้อีกด้วย

มาดูในส่วนของปุ่มใช้งานต่างๆกันบ้าง เริ่มจากฝั่งแถบขวามือด้านบนเป็นปุ่ม เพิ่ม-ลดเสียง และขยับลงมาเป็นปุ่มเปิด-ปิดเครื่อง ข้ามมาฝั่งซ้ายเป็นที่อยู่ของช่องถาดซิม เพื่อการใส่ซิมการ์ดแบบนาโนได้สองซิม และปุ่มเพื่อเรียกใช้งาน Google Assistance ผู้ช่วยอัจฉริยะ

ขยับไปด้านบนไม่มีอะไรเรียบสนิท (บอกเพื่อ?) ย้ายไปด้านล่างเป็นลำโพงและพอร์ท USB Type-C ซึ่งจะสังเกตได้ว่าไม่มีพอร์ทสำหรับการเสียบหูฟัง จึงจำเป็นต้องใช้สายแปลงเพื่อใช้งานหูฟัง ซึ่งอุปกรณ์ตัวนี้ก็แถมมาอยู่ในกล่องเรียบร้อย พลิกมาด้านหลังมุมบนซ้ายเป็นที่อยู่ของกล้องคู่ Dual Camera ประกบไฟแฟลชไว้อีกที และขยับมาตรงกลางเป็นที่สำหรับสแกนลายนิ้วมือ ซึ่งสามารถประมวลผลออกมาได้รวดเร็วดีมาก

โดยรวมเรื่องของดีไซน์ ตัวเครื่องดูแข็งแรงทนทาน แต่ก็แลกมาด้วยน้ำหนักที่อาจจะมากกว่าตัวอื่นๆไปสัดนิด กรอบฝาหลังมันวาวจนมองสะท้อนเห็นใบหน้าของตัวเองได้เหมือนกระจก ตัดกับตัวอักษร MIX สีทองตรงกลางล่างดูเรียบหรูมาก ออกแบบสวย ถือแล้วดูมีคลาส 

มาดูเรื่องของสเปคการใช้งานกันบ้าง

  • จอแสดงผล AMOLED 24-bit (16 ล้านสี) 
  • หน้าจอไร้ขอบ (Fullview Display)
  • จอแสดงผล HDR
  • กว้าง 6.39 นิ้ว ความละเอียด FHD+ ในอัตราส่วนแบบ 19.5:9
  • ระบบเซ็นเซอร์
  • สแกนลายนิ้วมือ
  • สแกนใบหน้า
  • ระบบปฏิบัติการ: Android 9.0 (Pie)
  • CPU Qualcomm Snapdragon 845 AIE Octa Core ความเร็ว 2.8 GHz
  • ROM 128
  • RAM 6GB
  • กล้องหลังความละเอียด 12 + 12 ล้านพิกเซล ƒ/1.8
  • กล้องหน้าความละเอียด 24 + 2 MP
  • บันทึกวีดีโอ 4k
  • แบตเตอรี่ 3,200 mAh
  • มีระบบชาร์จไร้สายในตัว
  • รองรับระบบชาร์จเร็ว
  • รองรับสองซิม
  • น้ำหนัก 218 กรัม 
  • มีสามสีให้เลือก สีดำ, สีน้ำเงิน Sapphire Blue และ สีเขียว Jade Green

ในเรื่องของการประมวลผล CPU Qualcomm Snapdragon 845 AIE Octa Core ด้วยความเร็ว 2.8 GHz แน่นอน รุ่นเรือธงทั้งทีคงไม่ปล่อยสเปคธรรมดาๆ ออกมาแน่ เรื่องของการประมวลผลเล่นเกมส์ไหลลื่นมาก ไม่มีสะดุด ไม่กระตุกเลย เล่นเกมส์หัวไม่ร้อน และที่สำคัญคือ ภาพสวยมากกกก เล่นเกมส์กราฟฟิคสูงๆ แบบตั้งค่าปรับความละเอียดสูงสุด ภาพคมชัดสีสวยสดมาก ฟินนาเล่ ด้วยความที่หน้าจอมันสะอาดไม่มีติ่ง รอยบากมาทำให้รู้สึกขัดใจด้วยล่ะ มาดูในส่วนของคะแนน Benchmark กันบ้าง

ไม่ธรรมดาจ้า อยู่ลำดับที่ 10 โดยทิ้งห่างลำดับที่ 7,8 และ 9 อย่าง Mi 8 ไปแบบคะแนนฉิวเฉียด ด้วยคะแนนถึง 296920 ยืนยันประสิทธิภาพว่า ฉันไม่ได้มาเล่นๆนะจ๊ะ ในเรื่องของการสแกนลายนิ้วมือและใบหน้า ก็สามารถประมวลได้อย่างรวดเร็วเช่นกัน ไม่ผิดจากที่คาดการณ์

และต่อมาก็เข้าสู่ช่วงที่ใครหลายคนรอคอย โดยเฉพาะสาวๆ กับกล้องหลัง AI Dual Camera ความละเอียด 12 + 12 ล้านพิกเซล โดยมีลูกเล่นให้ปรับเล่นด้วยกันถึง 12 โหมด

  • รูปถ่ายปกติ
  • ภาพบุคคล มีการปรับใบหน้าให้ดูสวย เนียน พร้อมเบลอฉากหลังให้ได้ภาพที่โดดเด่น
  • กลางคืน เพื่อการดึงองค์ประกอบแสงให้ได้ภาพสว่างสดใส เก็บรายละเอียดครบ
  • สี่เหลี่ยม เพื่อการถ่ายภาพสำหรับการอัพโหลดลงโซเชียลมีเดีย Instagram เป็นต้น
  • พาโนรามา เพื่อการเก็บภาพในมุมมองที่กว้างที่สุด
  • ปรับด้วยตนเอง สำหรับมือโปร สามารถเลือกปรับค่า F ค่า ISO ได้ตามต้องการการ
  • วีดีโอ
  • วีดีโอสั้น ง่ายต่อการอัพสตอรี่ลงเฟสบุ๊ค ไอจี
  • สโลว์โมชั่น สร้างเรื่องราวของวีดีโอให้มีสีสันมากยิ่งขึ้น
  • AI ปรับหน้าชัดหลังเบลออัจฉริยะ สามารถดึงความโดดเด่นของภาพออกมาได้อย่างแนบเนียน
  • โหมด HDR ภาพคมชัดเก็บรายละเอียดได้ทุกมิติ
  • ฟิลเตอร์ต่างๆ เพื่อการสร้างอารมณ์ของภาพได้ทันทีก่อนถ่าย จากแต่เดิมต้องนำมาเข้าโปรแกรม เข้าแอพเพื่อใส่ฟิลเตอร์หลังกล้องอีกที โหมดนี้จะช่วยสร้างฟิลเตอร์แบบจบในกล้องได้เลยทันที ดีงามม

เรื่องคุณภาพของไฟล์ที่ได้ Xiaomi Mi Mix3 จะให้ภาพที่เน้นคมสดใส และเก็บรายละเอียดของแสงไฟต่างๆ ได้สมูท ไม่ขาวจนฝ้า หรือดรอปจนดูมืดสามารถดึงสีสันของสิ่งแวดล้อมในภาพให้ดูโดดเด่นขึ้นมาได้แม้ในที่แสงน้อย และอีกหนึ่งความว้าวที่ชื่นชอบมากๆ คือการถ่ายภาพอาหารออกมาได้สีสดใส น่ากินมาก ออกตัวก่อนจะไปดูภาพตัวอย่างนะ ว่าใครที่กำลังหิวอย่าพึ่งเลื่อนลงไปดู เพราะอาจจะทำให้กระเพาะของคุณส่งเสียงร้องเป็นเพลง คืนความสุขให้ประเทศได้ ไม่พูดพร่ำทำเพลง ลงไปดูภาพตัวอย่างที่ถ่ายด้วย Xiaomi Mi Mix3 โดยไม่มีการปรับแต่งใดๆเพิ่มเติมทั้งสิ้นกัน

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

เตือนแล้วนะว่าอย่าเปิดดูตอนหิว ^^ ต่อมาใช้นิ้วโป้งสไลด์กล้องหน้าลงมา กับกล้องหน้าความละเอียด 24 + 2 MP เรื่องคุณภาพกล้องหน้าก็สามารถเลือกได้ว่าต้องการถ่ายแบบโหมดธรรมดา หรือโหมดภาพบุคคล โดยความแตกต่างของสองโหมดนี้ คือภาพบุคคลจะละลายหลังให้ใบหน้าดูโดดเด่น และปรับผิวให้ดูขาวเนียนสดใสธรรมชาติ ไม่ดูหลอกตาจนเกินไป

เปรียบเทียบกันช็อตต่อช็อค ระหว่างการถ่ายเซลฟี่ด้วยโหมดธรรมดา และโหมดถ่ายภาพบุคคล จะสังเกตเห็นว่าความต่างจะมีเรื่องของฉากหลังละลาย ที่ทำให้ใบหน้าดูโดดเด่นขึ้นมา และปรับผิวให้สว่างขึ้นจากเดิมมาเล็กน้อย 

ต่อมาเรื่องของแบตเตอรี่ความจุ 3,200 mAh Xiaomi Mi Mix3 รองรับระบบชาร์จเร็ว และระบบชาร์จแบบไร้สาย ซึ่งภายในกล่องก็แถม Wireless Charger หรือแท่นชาร์จไร้สายมาให้ด้วย สามารถใช้งานแบบเต็มรูปแบบ เล่นเกมส์ ฟังเพลง ได้วันนึงเต็มๆ ไม่ต้องชาร์จ ถือว่าทำออกมาเพื่อการใช้งานแบบคุ้มค่าจริงๆ ทั้งชาร์จเร็วก็ได้ ชาร์จไร้สายก็โอเค

มาสรุปการใช้งานกัน

หลังจากพากันไปนอนกกกอดกันอยู่หลายอาทิตย์ สำหรับ Xiaomi Mi Mix3 ไฮไลท์ก็คือเรื่องของการตอบโจทย์การใช้งานอย่างคุ้มค่าที่สุด ด้วยหน้าจอแบบใหม่ที่ไร้ขอบ ไร้ติ่ง ไร้รอยบากต่างๆ หน้าจอเกลี้ยงเกลา โดยนำเครื่องมือทั้งหมด กล้องหน้าเลนส์คู่สองตัว บวกไฟ LED ซ่อนอยู่ใต้แถบสไลด์ หากต้องการใช้งานเพียงสไลด์หน้าจอโทรศัพท์ลงก็จะปรากฏเป็นกล้องขึ้นมาให้ นอกจากนี้ในเรื่องของตัวบอดี้ที่ทำมาจากเซรามิกนอกจากจะเสริมความแข็งแรงทนทานแล้ว ยังทำให้เครื่องดูออกมาแวววาวหรูหรา เงาสะท้อนจนสามารถเห็นใบหน้าของตัวเองได้

ต่อมาเรื่องของ CPU CPU Qualcomm Snapdragon 845 AIE Octa Core ด้วยความเร็ว 2.8 GHz ทำให้เล่นเกมส์ได้อรรถรส ภาพกราฟฟิกสวยมาก เก็บรายละเอียดได้คมชัด

ในส่วนของกล้อง กล้องหลังความละเอียด 12 + 12 ล้านพิกเซล ƒ/1.8 และกล้องหน้าความละเอียด 24 + 2 MP เน้นภาพสวยสด คมชัด สามารถถ่ายในพื้นที่แสงน้อยได้ดี มีโหมด AI Camera เพื่อเพิ่มความโดดเด่นให้ภาพดูมีมิติมากยิ่งขึ้น มาพร้อมความโดดเด่นในเรื่องการเน้นใช้งานอย่างคุ้มค่ากับแบตเตอรี่ 3,200 mAh ที่สามารถรองรับระบบชาร์จเร็ว และระบบชาร์จแบบไร้สาย ในราคา 18,990 บาท

จุดเด่น

  • ใช้งานพื้นที่บนหน้าจอได้คุ้มค่ากับรูปแบบหน้าจอสไลด์
  • ดีไซน์สวย ทนทาน
  • กล้อง AI Camera
  • กล้องหน้าเลนส์คู่ Dual Camera 24 + 2 MP
  • CPU Qualcomm Snapdragon 845 ประมวลผลดีเยี่ยม
  • รองรับระบบชาร์จเร็ว และระบบชาร์จแบบไร้สาย

ข้อสังเกต

  • น้ำหนักค่อนข้างมาก
  • ไม่มีหูฟังแถมมาให้