Hands On: Vivo V15 กล้องหน้า Pop up เก๋ไก๋ ราคาเบาๆ พร้อมกล้องหลัง AI Triple Camera เพิ่มมุมมองภาพถ่ายให้กว้างไกลกว่าเดิม

กู๊ดดรีม | 15 มี.ค. 2562 18:35:52 (อัพเดต 16 มี.ค. 2562 11:09:08)

4795

VIEWS กู๊ดดรีม

Hands On: Vivo V15 กล้องหน้า Pop up เก๋ไก๋ ราคาเบาๆ
พร้อมกล้องหลัง AI Triple Camera เพิ่มมุมมองภาพถ่ายให้กว้างไกลกว่าเดิม

สวัสดีเพื่อนๆชาว TechXcite ทุกท่านพบกับ กู๊ดดรีม TechXcite อีกครั้ง ที่จะมาคอยอัพเดทข้อมูลข่าวสารในแวดวงไอที ให้รู้เท่าทันกันแบบไม่ตกเทรนด์ และวันนี้ดรีมมาพร้อมสมารท์โฟน นวัตกรรมกล้อง Pop up เก๋ไก๋ตัวใหม่ล่าสุดจากแบรนด์ Vivo อย่าง Vivo V15 และถ้าใครจำได้ก่อนหน้านี้ดรีมเพิ่งลงรีวิวของตัว Vivo V15 Pro ไปเมื่อไม่นาน สามารถตามอ่านรีวิวได้ที่ Review: Vivo V15 Pro สำหรับ Vivo V15 ตัวนี้ จะแตกต่างจากตัว V15 Pro อย่างไร คุ้มค่ากับการเป็นเจ้าของหรือไม่มาดูรายละเอียดข้อมูลไปด้วยกันเลย

บอดี้สวย โฉบเฉียว ขนาดพอเหมาะ

เริ่มต้นกันที่ตัวเครื่องก่อนเลยด้วยขนาด กว้าง 6.53 นิ้ว จอแสดงผล IPS LCD 24-bit 16 ล้านสี  จอไร้ขอบ Ultra Fullview Display ใช้งานได้อย่างคุ้มค่าเต็มขอบ ไม่มีรอยบาก ติ่งหยดน้ำให้เกะกะสายตา โดยกล้องหน้าจะเป็นกล้อง Pop up ซ่อนอยู่ด้านบน

การเรียกใช้งานเพียงแค่กดเปิดโหมดกล้องหน้า ตัวกล้องก็จะเลื่อนขึ้นมาอัตโนมัติเก๋สุดๆ ส่วนดีไซน์ฝาหลังก็ทำออกมาสวยงาม ใช้วัสดุที่ให้ความแวววาว เล่นสีและแสงเงาเป็นตัวเอส สวยงาม สีสันโดดเด่น โดยสีที่ดรีมได้มาตัวนี้คือสี Topaz Blue และมีอีกหนึ่งสีคือ Glamour Red

สำหรับปุ่มการใช้งานต่างๆ เริ่มต้นที่ด้านขวาของตัวเครื่องเป็นปุ่มเพิ่ม-ลดเสียง อยู่คู่กับปุ่มเปิด-ปิดเครื่อง

ด้านซ้ายเป็นช่องถาดซิม รองรับการใช้งานแบบ Nano-SIM สามารถใส่ได้สองซิมการ์ด และถัดมาเป็นปุ่มเพื่อเรียกใช้งาน Google

ส่วนด้านล่างเป็นลำโพงอยู่มุมขวา ถัดมาเป็นพอร์ท USB 2.0 และช่องเสียบชุดหูฟังขนาด 3.5 มิลลิเมตร เรื่องของดีไซน์การจัดวางปุ่มต่างๆยังคงแบบเดิม ไม่มีการเปลี่ยนแปลงแต่อย่างใด

ทีนี้เราพลิกตัวเครื่องมาดูด้านหลังกันบ้าง กล้องหลัง 3 ตัว AI Triple Camera จัดวางเรียงกันในแนวตั้ง เยื้องกับแถบสแกนลายนิ้วมือตรงกลาง และนี่ก็เป็นหนึ่งความต่างระหว่างตัว Vivo V15 และ Vivo V15 Pro โดยตัว Vivo V15 Pro จะไม่มีแถบสแกนลายนิ้วมือ และสามารถสแกนลายนิ้วมือใต้หน้าจอได้ ในขณะที่ตัว Vivo V15 ยังคงการสแกนลายนิ้วมือผ่านแถบด้านหลัง แต่ทั้งสองตัวรองรับระบบสแกนใบหน้าเหมือนกัน โดยรวมเรื่องขนาด น้ำหนักและดีไซน์ต่างๆ ทำออกมาได้ดี ถือคล่องตัว น้ำหนักเบา ดีไซน์สวย

สเปคอัดแน่น จัดเต็มแบบครบครัน

  • หน้าจอ Ultra Fullview™ Display Super AMOLED ขนาด 6.53 นิ้ว
  • CPU MediaTek Helio P70 Octa Core ความเร็ว 2.1 GHz
  • ระบบปฏิบัติการ Funtouch OS 9 based on Android 9 
  • RAM 6 GB
  • ROM  128 GB
  • รองรับ microSD สูงสุด 256 GB
  • รองรับระบบสแกนลายนิ้วมือ
  • รองรับระบบสแกนใบหน้า
  • กล้องดิจิตอล 24MP + 8MP + 5MP (Triple Camera)
  • กล้องหน้า Pop up ความละเอียด 32 MP
  • แบตเตอรี่มาตรฐาน 4,000 mAh
  • รองรับเทคโนโลยีชาร์ตเร็ว
  • รองรับ 2 ซิมการ์ด

พอเดินทางมาถึงเรื่องของสเปคก็จะเริ่มเห็นความแตกต่างระหว่าง Vivo V15 และ Vivo V15 Pro มากขึ้น มาดูสิ่งที่ตัว V15 เหนือกว่า อย่างแรกคือขนาดหน้าจอที่ใหญ่ขึ้นมานิดหน่อย และแบตเตอรี่ที่อึด ทนทานกว่าซึ่งให้มามากถึง 4,000 mAh ส่วนที่เป็นรองกว่าก็จะมีเรื่องของซีพียูประมวลผล โดย Vivo V15 Pro จะใช้ Qualcomm Snapdragon 675 AIE Octa Core ส่วน Vivo V15 เลือกใช้ CPU MediaTek Helio P70 Octa Core เรื่องความละเอียดของกล้องหลัก V15 ให้มา 24MP ส่วนตัวโปรให้มาถึง 48MP แต่ความละเอียดของกล้องหน้าให้มาเท่ากันอยู่ที่ 32 MP ซึ่งถือเป็นความละเอียดของกล้องหน้าที่สูงที่สุดแล้วในตอนนี้ ขนาดของ ROM และ RAM ก็ยังคงให้มาเท่ากัน

ในส่วนของลูกเล่นกล้อง สร้างเซอร์ไพรซ์ไว้หลายอย่างเลยทีเดียวในโหมด Camera เริ่มต้นจากโหมดเลนส์ Wide ให้ภาพที่กว้างขึ้น เก็บองค์ประกอบของภาพได้อย่างครบถ้วน ในสัดส่วนที่ดูเป็นธรรมชาติ และยังสามารถเลือกถ่ายภาพเปิดมุมมองภาพกว้างพิเศษ เพื่อให้ได้ภาพที่กว้างและยาวมากยิ่งขึ้น เสมือนถ่ายด้วยพาโนรามาที่ไม่มีรอยต่อระหว่างภาพจึงดูเนียนและกลมกลืนกว่ามาก

นอกจากนี้ สำหรับสาวๆ ยังมีโหมด AI ปรับหน้าสวยอัตโนมัติ เพื่อเสริมลุคให้ยิ่งดูดี โดดเด่นที่สุดในภาพ และอีกหนึ่งความพิเศษที่หลายๆ คนพากันร้องว้าวก็คือ โหมดปรับหุ่นสวยสั่งได้! ออกกำลังผอมได้ในห้าเดือน กินอาหารเสริมผอมได้ในสามเดือน แต่ถ่ายรูปด้วย Vivo V15 ผอมได้ทันใจ! โดยโหมดนี้สามารถปรับได้ทันทีหน้ากล้อง เลือกสัดส่วนได้ตามความพอใจ เอวคอด ขายาว หน้าเรียว ทำได้ไวยิ่งกว่าหมอ เป็นโหมดที่สาวๆจะต้องกรีดร้อง

สรุปการใช้งาน

เรื่องของดีไซน์ สวย โดดเด่น ขนาดและน้ำหนักพอเหมาะจับง่าย ถือแล้วดูแพง ด้วยหน้าจอแบบไร้ขอบ แสดงผลเต็มตาจุใจทั้งในเรื่องการดูหนัง เล่นเกมส์ต่างๆ การประมวลผลด้วย CPU MediaTek Helio P70 Octa Core เอาอยู่ในเรื่องของแอพพลิเคชั่นหนัก เกมส์กราฟฟิกโหดๆ ฟาดมาเลย ไม่มีสะดุด ไม่มีกระตุก แถมแบตเตอรี่ก็ให้มามากถึง 4,000 mAh แบตอึด ถึกทน ใช้งานคุ้มค่าได้ทั้งวัน และจุดเด่นอย่างกล้องก็ให้มาแบบไม่ห่วงไม่ห่วงถึงสามเลนส์ ที่อัดแน่นมาด้วยลูกเล่นสำหรับการถ่ายภาพมากมาย สนุกสุดๆ และกล้องหน้าที่มีความละเอียดสูงที่สุดในตอนนี้ จัดว่าคุ้มค่ามาก มาถึงตรงนี้แล้วเชื่อว่าหลายคนน่าจะอยากรู้แล้วว่าถ้าอยากจะจับจองเป็นเจ้าของตอนนี้ราคาเท่าไหร่ มีโปรโมชั่นอะไรบ้าง มาดูกัน

ราคาและวันวางจำหน่าย

ราคา Vivo V15 อยู่ที่ 10,999 บาท มีให้เลือก 2 สีด้วยกันได้แก่ Topaz Blue (สีน้ำเงิน) และ Glamour Red (สีแดง) ใครที่สนใจสามารถ Pre - Order เพื่อเป็นเจ้าของก่อนใครตั้งแต่ วันที่ 16 - 27 มีนาคม 2562 โดยรายละเอียดเงื่อนไขการสั่งจองสามารถเข้าไปดูได้ที่ 
Vivo V15 เตรียมเปิดจอง 16 มี.ค.นี้ จองเพียง 500 บาท